เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกคืนวานนี้ (9 มิ.ย.) ตำรวจชุดสืบสวน บช.น. สนธิกำลัง ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการ “เด็ดปีกหัวหน้าแก๊ง Dodorima” จับกุมตัว นายอิเคนน่า แพทริค อาซูบูอิเก้ หรือ “แพทริค” อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย ในข้อหาว่า “…จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานผู้ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่” (ดำเนินคดี 3 กรรม) ในส่วนของข้อหาเรื่องของการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผล โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าคอนโดฯแห่งหนึ่งย่านถนนพระรามที่ 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ พร้อมตรวจยึดของกลางโคเคนจำนวนหนึ่ง, รถยนต์, เงินสด, เงินในบัญชี และ ทรัพย์สินอื่น ๆ รวมกันกว่า 7 แสนบาท

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. เปิดปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด” นำหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักคอนโดฯ หรูย่านสะพานพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊ง Romance Scam ก่อนจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 6 ราย

ต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช รอง ผบช.น. ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. แกะรอยพบความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจค้ายาเสพติด (โคเคน) และแก๊ง Romance Scam โดยมีกลุ่มหัวขบวนการใหญ่ ที่กุมบังเหียนธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย มีเงินหมุนเวียนในขบวนการกว่า 300 ล้านบาท

จากการสืบสวนพบหลักฐานการรวมกลุ่มขบวนการนี้ภายใต้ชื่อกลุ่ม DODORIMA เป็นการรวมกลุ่มหัวแถวในโซนภูมิภาคประเทศไทย ซึ่งเป็นการแตกหน่อมาจากเครือข่ายใหญ่ระดับโลกที่ชื่อว่า “NBM OF AFRICA” และจากการสืบสวนยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีพฤติกรรมรวมกลุ่ม “เดินสายบุญ” โดยการรวมกลุ่มตระเวนบริจาคสิ่งของงานการกุศล เพื่ออำพรางการทำธุรกิจผิดกฎหมาย มีหัวหน้าขบวนการ DODORIMA คือ “นายแพทริค” สัญชาติไนจีเรีย ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า “บิ๊กบอส” รายนี้แฝงตัวอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 7 ปี โดยจะเดินทางไปมาระหว่างประเทศไทยกับทวีปแอฟริกา

โดยแรกเริ่มมาในประเทศไทยเป็นเพียงคนเดินขายโคเคนตามสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต่อมาไต่เต้าขึ้นระดับอย่างก้าวกระโดด จนในปัจจุบันพบว่า ในระยะเวลาเพียง 1 ปีที่ผ่านมา “บิ๊กบอส” มีเงินหมุนเวียนของเครือข่ายกว่า 380 ล้านบาท และยังสืบทราบว่า ในปัจจุบันได้กอบโกยเงินส่งกลับประเทศจนสามารถสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ในประเทศไนจีเรีย

ทั้งนี้ การสืบสาวไปถึงตัวของ “บิ๊กบอส” รายนี้ไม่สามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจากมีสมุนภายในขบวนการรายล้อมหลายรายและยังมีทักษะต่อต้านทางการสืบสวนอำพรางการฟอกเงิน จนเกือบทำให้เจ้าหน้าที่ถึงทางตัน ทว่าเจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสสำคัญ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ค้าขายโคเคนเป็นหลักแล้วก็ตาม แต่ก็ยังหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีชื่อเสียงด้วย “โคเคน” จนนำมาสู่ปฏิบัติการเด็ดปีกเจ้าพ่อยาเสพติดรายนี้

โดยวันจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดช นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. นำโดย พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. สนธิกำลังร่วมกันกับ ป.ป.ส.กทม. นำกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามกระทั่งได้พบ นายแพทริค กำลังขับรถเข้าคอนโดฯ หรูแห่งหนึ่งย่านถนนพระราม 3 จึงได้ทำการสกัดจับโดยยุทธวิธี Car Block ทว่า นายแพทริค พยายามขัดขืนการจับกุม ขับรถถอยชนเจ้าหน้าที่เพื่อหวังเปิดเส้นทางหลบหนี จนฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ

พล.ต.ต.ธีรเดช จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุบกระจกรถ จนสามารถดับเครื่องรถยนต์คนร้ายไว้ได้ทันท่วงที ก่อนทำการควบคุมตัวลงจากรถยนต์ได้สำเร็จ จากการตรวจค้นพบโคเคนประมาณ 18 กรัม ก่อนนำตัวตรวจค้นห้องพักในคอนโดฯ หรู ตรวจยึดเงินสดและทรัพย์สิน รวมมูลค่าประมาณ 700,000 บาท

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลพบข้อมูลสำคัญระดับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและยังพบข้อมูลแชตในกลุ่มลับที่พูดคุยถึงกลุ่มผู้ติดยาเสพติดโคเคนในประเทศไทยอย่างออกรส ระบุว่า “…ผงที่พวกมันสูด มาจากรูขี้พวกกู…” ซึ่งหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของทรัพย์สินที่ได้ตรวจยึดไว้ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ได้นำส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการเก็บรักษาและขยายผลสืบทรัพย์ต่อไป

จากการสอบสวน นายแพทริค ได้ให้การภาคเสธ โดยให้การรับสารภาพเฉพาะเรื่องของยาเสพติดโคเคน แต่ปฏิเสธเรื่องขบวนการฟอกเงิน อ้างเป็นการรวมกลุ่มทำบุญบริจาคการกุศล จากการประกอบอาชีพขายล้งปลาจากประเทศไทยไปไนจีเรีย ส่วนคำว่า DODORIMA นั้นแปลเป็นภาษาไทยว่า สวัสดี

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจับกุมครั้งนี้คนร้ายมีพฤติกรรมรุนแรง โดยระหว่างการจับกุมผู้ต้องหามีการต่อสู้ขัดขืนจนทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และมีทรัพย์สินเสียหาย

ในส่วนของการขยายผล เราได้ข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการจับกุมระดับหัวหน้าเครือข่าย ถือเป็นการเด็ดปีกตัดวงจรฟอกเงินของแก๊งสแกมเมอร์และยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการประสานงานร่วมกับ ป.ป.ส. และหน่วยงานข้ามชาติ เพื่อขยายผลเส้นทางการเงินและไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการ ทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด.