“เราอยากให้เค้าหายเหมือนเรา” ประโยคสั้น ๆ แต่ทรงพลังนี้ เป็นคำกล่าวของ พี่เล็ก-ปรียา จันทร์สอง อดีตผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช เมื่อถูกถามถึงสาเหตุของการตัดสินใจมาเป็นผู้ป่วยจิตอาสาของ ‘ชมรมประกายพรึก’ ของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ซึ่งเป็นชมรมที่ตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มมะเร็งนรีเวชได้มาแบ่งบันกำลังใจ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และจับมือกันเพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายไปด้วยกัน

ด้วยพลังบวกที่เต็มเปี่ยม สีหน้าที่เป็นมิตร และเสียงอันแจ่มใส ไม่ว่าใครเจอพี่เล็กครั้งแรกก็ต้องสัมผัสได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ป่วยหลาย ๆ คนชอบโทรศัพท์หาพี่เล็กเพื่อขอคำปรึกษาและกำลังใจ พี่เล็กเป็นข้าราชการบำนาญ ที่ทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกระยะที่สามเมื่อช่วงปี 2554 โดยที่ไม่มีอาการเตือนมาก่อน “เราตกใจมาก ร้องไห้เลย เพราะเริ่มจากแค่ปวดจี๊ดที่ท้อง พยายามกินยาพาราแล้วก็ไม่หาย พอไปหาหมอ หมอจับทำซีทีสแกน แล้วก็เจอว่าเป็นระยะที่สามเลย ทั้ง ๆ ที่ตรวจสุขภาพทุกทีไม่เคยเจอ หลังจากนั้นก็เลยต้องผ่าตัดส่องกล้องเพื่อตัดชิ้นเนื้อออก ให้ยาเคมีบำบัดทุกเดือนรวม 6 เข็ม ฉายแสงทุกวันรวม 29 ครั้ง โชคดีที่รักษาประมาณ 9 เดือนก็หาย”

วันแรกของการให้ยาเคมีบำบัดที่แผนกนรีเวชคือวันที่ผู้ป่วยจะได้รู้จักกับ ‘ชมรมประกายพรึก’ ทางพยาบาลที่ดูแลจะดึงมาเข้ากลุ่มไลน์เพื่อพูดคุย มีกิจกรรมเดือนละครั้งให้ได้พบปะกัน คุณแหว๋ว – วรธิดา มาศเกษม พยาบาลที่ปรึกษาและผู้ดูแล ‘ชมรมประกายพรึก’ ของมูลนิธิรามาธิบดีฯ เล่าว่า “ตอนนี้มีสมาชิกประมาณ 10 คน โดยจะมีทั้งหมอ พยาบาล และผู้ป่วยจิตอาสา ส่วนใหญ่เป็นวัยเกษียณ อยู่ในกลุ่ม คนไหนอยากคุยกับใคร แล้วแต่ความสมัครใจ ไม่มีการแบ่งประเภท พยาบาลจะทำหน้าที่คอยติดตามอาการ แจ้งข้อมูลเรื่องยาที่ได้รับ ผลข้างเคียงต่าง ๆ เป็นเหมือนแนวทฤษฎี ในขณะที่ผู้ป่วยจิตอาสาของเราก็จะให้คำแนะนำเรื่องอาหารที่ควรรับประทาน การดูแลสภาพร่างกายและจิตใจของตนเอง เป็นแนวปฏิบัตินั่นเอง เรายังมีจัดกิจกรรมสัญจรไปเที่ยวปีละครั้ง ให้สมาชิกโหวตกันว่าอยากทำอะไรด้วย”

“โรคมะเร็งนรีเวช เป็นโรคที่ส่งผลต่อเรื่องคู่ชีวิตและครอบครัวโดยตรง เราไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก แต่ว่ามันเกี่ยวกับฮอร์โมน ความต้องการทางเพศที่ลดลง เป็นโรคของเพื่อนหญิงพลังหญิงจริง ๆ” คุณแหว๋วกล่าวเสริม คุณแหว๋วเป็นพยาบาลเยี่ยมบ้านที่โรงพยาบาลรามามากว่า 10 ปี นอกเหนือจากความรับผิดชอบในงานปกติ ก็ได้เพิ่มหน้าที่การเป็นผู้ดูแล ‘ชมรมประกายพรึก’ คอยชักชวนผู้ป่วยให้มาเข้ากลุ่มและจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้ได้ทำร่วมกัน พลังที่เปี่ยมล้นของคุณแหว๋วแผ่ซ่านไปถึงคนรอบข้าง แม้ว่าหน้าที่ความรับผิดชอบจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม “พอเราได้ดึงเอาคนไข้มาเข้ากลุ่ม ก็ช่วยให้คนไข้ดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง ไม่ต้องมารักษาภาวะแทรกซ้อน การได้พูดคุยกับผู้ป่วยจิตอาสาก็เป็นกำลังใจให้คนไข้มาตรวจตามนัดหมาย ไม่หายไปเลย กลายเป็นการช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลไปโดยปริยาย”

สำหรับโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มักเกิดกับสตรีอายุช่วง 40-60 ปี โดยมีปัจจัยมาจากกรรมพันธุ์ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง คนที่มีประจำเดือนเร็ว คนที่ไม่มีบุตร ไม่เคยครรภ์ จะมีโอกาสเสี่ยงสูง อาการคือปวดท้องเรื้อรัง ท้องอืด ท้องเฟ้อ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว กินได้น้อย คล้ายคนไข้ระบบทางเดินอาหาร มีเลือดออกกระปริบกระปรอยทางช่องคลอด ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่เข้าใจผิด ไปตรวจหาสาเหตุที่ทางเดินอาหารเป็นหลัก ส่วนมากที่เจอเลยเป็นระยะที่สามหรือสี่ เพราะอาการเด่นชัดแล้ว การตรวจหาโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกไม่มีในการตรวจร่างกายประจำปี ต้องซื้อแพ็คเกจที่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพื่อทำการตรวจเจาะจงเข้าไป ด้วยเครื่องอัลตร้าซาวน์ หรือ ซีทีสแกน การตรวจภายในเพื่อคัดกรองแบบปกติไม่สามารถเจอได้ เพราะฉะนั้น หากมีอาการผิดปกติ มีเลือดออกทางช่องคลอด และรอบเดือนมาไม่ปกติ ให้เข้ารับการตรวจทันที

หลังจากที่พี่เล็กรักษาตัวจนหายดี ช่วงปี 2556 จึงได้เข้ามาเป็นผู้ป่วยจิตอาสาของ ‘ชมรมประกายพรึก’ และอยู่กับชมรมมาได้ 9 ปีแล้ว ในวันนี้พี่เล็กแข็งแรง หน้าตาสดใส ไม่เหลือร่องรอยแห่งความเจ็บป่วยใด ๆ “ตั้งแต่ได้เข้ามาอยู่ชมรมเรามีความสุขมาก รู้สึกดีที่ได้ช่วยคนอื่น เพราะตอนนี้เราเกษียณแล้ว ไม่ได้ทำงาน เวลาส่วนใหญ่จึงเอาไปคุยโทรศัพท์กับผู้ป่วยคนอื่น ๆ ให้คำแนะนำเค้า แล้วก็ได้มาสนิทกับน้องแหว๋ว น้องเค้าน่ารักมาก เราคุยกันและเจอกันตลอด เวลาเจอผู้ป่วย เราก็อยากให้เค้าหายเหมือนเรา จะรักษาหาย ขึ้นอยู่กับกำลังใจด้วยนะ ของพี่เล็กคือกำลังใจจากสามี เค้าอยู่กับเราตลอด เรามีกันแค่สองคน ระหว่างที่ป่วย สามีก็คอยทำกับข้าวให้ทาน เราก็ดูแลตัวเอง ทำตามคำแนะนำของหมอและพยาบาล ไปรับยาตามนัด เราต้องเชื่อว่าเราจะหาย เวลาที่ผู้ป่วยโทรมาก็จะบอกเค้าตลอดว่าพยายามคิดว่าเดี๋ยวก็หาย พี่เล็กยังหายเลย” พี่เล็กกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

“จากการตั้งชมรมนี้ขึ้นมา ทำให้ทุกคนได้ส่งต่อกำลังใจให้แก่กัน ไม่ใช่ว่าเราให้กำลังใจคนไข้อย่างเดียว คนไข้ก็ให้กำลังใจเราเช่นกัน การที่เรามาทำงานตรงนี้ เราไม่ท้อเลย สนุกมาก เราเห็นว่ามันมีประโยชน์ การที่คนไข้เหมือนได้มีที่ปรึกษา ที่พึ่งพิง ได้พูดคุยในเรื่องราวที่คล้าย ๆ กัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในโรคเดียวกัน ทำให้เค้าไม่รู้สึกโดดเดี่ยว สิ่งสำคัญคือกำลังใจในการดูแลตัวเอง อยากฝากให้ทุกคนมีกำลังใจต่อสู้กับโรค รู้เร็ว รักษาเร็ว ก็หายได้ พร้อมที่จะเผชิญทุก ๆ สถานการณ์ได้” คุณแหว๋วกล่าวทิ้งทาย

มิตรภาพของพี่เล็กและคุณแหว๋ว เริ่มต้นจากการเป็นพยาบาลและคนไข้ จนกลายมาเป็น พี่-น้อง ที่ส่งต่อพลังใจอันเข้มแข็งให้กับผู้ป่วยคนอื่น ๆ ใน ‘ชมรมประกายพรึก’ หนึ่งในกลุ่มมิตรภาพบำบัดกว่า 26 กลุ่ม ที่ทางมูลนิธิรามาธิบดีได้ตั้งขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับผู้ป่วยทุกคน