เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ กรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) เดินทางไปพบ นายเนวิน ชิดชอบ ที่บ้านพัก จ.บุรีรัมย์ เพื่อทวงถามเรื่องที่ดินเขากระโดง ว่า เรื่องที่ดินอยู่ในกระบวนการทางศาล ต้องรอศาลพิจารณา การพิสูจน์สิทธิต่างๆ ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และภาคประชาชน ผู้สื่อข่าวถามว่า มองจุดประสงค์ในการเดินหน้าเรื่องนี้ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อย่างไร นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่สนใจเรื่องแบบนี้ แต่ประเด็นคือจะทําอย่างไร ให้เกิดความชัดเจน เพราะเรื่องดังกล่าว มีกระบวนการพิจารณามาโดยตลอด จนไปถึงศาล ย้ำว่าขอให้รอศาลดีกว่า ส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหวตอนนี้ ก็เป็นข่าวที่น่าสนใจ และเขาเป็นนักการเมืองก็ต้องเป็นเรื่องการเมือง
เมื่อถามว่า การจี้ไปที่นายเนวินต้องการอะไร นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวมีส่วนหนึ่งจาก 5,083 ไร่ เป็นของนายเนวิน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง และยังมีส่วนราชการอื่นอีกจํานวนมาก รวมถึงภาคประชาชนที่อยู่ตรงนั้น นายเนวินไม่ได้ครอบครองที่ดินทั้ง 5,083 ไร่ แต่มีหลายส่วนเข้าไปถือครอง มีเอกสารสิทธิเรียบร้อย มีโฉนด และไม่มีการแย่งการครอบครอง ดังนั้นการที่ รฟท. อ้างสิทธิ ก็ต้องไปฟ้องร้อง ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่าต้องการคุยกับนายเนวินตัวต่อตัว ในส่วนนี้มองอย่างไร นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ส่วนที่ระบุว่าถ้าไม่ได้พบนายเนวิน จะมาพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ที่ทําเนียบรัฐบาลนั้น ไม่ทราบ แต่เห็นจากข่าวว่าจะมา เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน ส่วนจะติดต่อใครนั้นไม่ทราบ
เมื่อถามว่า เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของศาล แต่ในแง่สังคมอาจทําให้เข้าใจผิด นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มีกระบวนการอะไรที่ดีกว่าศาล เมื่อมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน สิ่งที่จะทําให้ตรงได้คือกระบวนการยุติธรรม ศาลจะเป็นผู้ตัดสินคดี ว่าการครอบครอง การได้เอกสารสิทธิของประชาชน และการเรียกร้องสิทธิของ รฟท. ใครถูกต้อง
เมื่อถามว่าหาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มายื่นหนังสือถึงนายกฯ จะเป็นตัวแทนออกไปรับหนังสือหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ทำไมต้องมอบหมายตน ไม่เข้าใจ และไม่ทราบว่ามาประเด็นอะไร



