เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่กลายเป็นไวรัลขณะนี้ หลังล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ค. แฟนเพจเพจ “Tensia” ซึ่งเป็นเพจของคุณหมอ ได้ออกมาเปิดภาพ “หลอดเลือด” ที่เป็นหนึ่งในระบบหลอดเลือดที่ชี้เป็นชี้ตายเลยว่า อนาคตจะโดนอัมพาตและปากเบี้ยวอะไรหรือไม่ พร้อมระบุข้อความว่า “เอาภาพหลอดเลือดที่แบกชีวิตสมองท่านมาให้ดูค่ะ ไม่รู้ที่ผ่านมาดูแลมันดีขนาดไหน แต่วันนี้มาออกกำลังกาย ดูแลมันตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ เพราะเป็นหนึ่งในระบบหลอดเลือดที่ชี้เป็นชี้ตายเลยว่าอนาคตจะโดนอัมพาต ปากเบี้ยว อะไรมั้ย คนมักจะคิดกันว่าโรคหลอดเลือดสมองตีบ มันก็ต้องเกิดจากหลอดเลือดภายในสมองตีบสิ แต่หารู้ไม่ว่า หลอดเลือดแดงที่คอ (Carotid artery) นี่แหละคือหนึ่งในต้นเหตุสำคัญที่ส่งออก ลิ่มเลือดลอยขึ้นไปอุดในสมองเลย เพราะหลอดเลือดแดงที่คอ (CCA) จะแตกแขนงออกเป็นสองเส้นใหญ่ คือเส้นที่ไปเลี้ยงสมอง (ICA) และเลี้ยงศีรษะด้านนอก (ECA) เป็นรูปคล้ายตัว Y ดังภาพ ซึ่งจุดแตกแขนงนี้แหละ เลือดไหลค่อนข้างปั่นป่วน (Turbulent flow) ทำให้ผิวของหลอดเลือด รับแรงเฉือนรุนแรงกว่าจุดอื่นๆ ดังนั้นตัวบรรทุกคอเลสเตอรอล LDL ก็สามารถแทรกผ่านจุดเสียหายเข้าไปในผนังหลอดเลือดได้ง่ายขึ้น”


นอกจากนี้ “ยิ่งถ้าไม่ดูแลสุขภาพจนมีอนุมูลอิสระมาก LDL จะถูกเปลี่ยนเป็น oxLDL ได้มหาศาลเลย เม็ดเลือดขาวที่จำหน้าตา oxLDL ไม่ได้ คิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเข้าจับกิน แต่ย่อยคอเลสเตอรอลด้านในไม่ได้ไง จึงตัวแตกตายคาผนังในที่สุด ยิ่งตาย ก็ยิ่งเรียกเพื่อนเม็ดเลือดขาว เรียก oxLDL เข้าผนังมาเรื่อยๆ ก็ยิ่งเจอกัน ยิ่งจับกิน ยิ่งตาย วนไป คอเลสเตอรอลที่ทะลักออกมา ก็สะสมที่ในผนังเรื่อยๆ จนในที่สุดเริ่มตีบหลอดเลือดคอไปเรื่อยๆ ยิ่งตีบ เลือดยิ่งไหลผ่านแรงขึ้น ซึ่งอย่างที่บอกไปเดิมทีจุดนี้เลือดก็ไหลรุนแรงอยู่แล้ว ก็ยิ่งถูผนัง ถูวันแล้ววันเล่า จนกระทั่งวันหนึ่งผนังมันทนไม่ไหว ถูจนเริ่มเป็นแผล เท่านั้นแหละ กระบวนการแข็งตัวของเลือดก็ทำงานทันที เพื่อต้องการปิดแผลด้วยลิ่มเลือด แต่ความซวยคือแผลรอบนี้มันอยู่ผนังหลอดเลือดแดงที่คอไง ลิ่มเลือดจึงเกิดขึ้นในหลอดเลือด ไหลตามกระแสเลือดเข้าไปอุดในสมองจนสมองเริ่มขาดเลือดเฉียบพลัน”
โดยผลที่ตามมาคือขึ้นกับว่าสมองส่วนไหนโดน ดังนี้
1.สมองกลีบหน้า คือ อัมพาตครึ่งซีก, ปากเบี้ยว, พูดไม่ได้
2.สมองกลีบกระหม่อม คือ ชาครึ่งซีก
3.สมองกลีบขมับ คือ ฟังภาษาไม่รู้เรื่อง, พฤติกรรมเปลี่ยน บางเคสรำมาเลย ญาติคิดว่าผีเข้า
อีกทั้ง “ถ้ามาเร็วมากๆ รักษาทัน อาจหายได้บ้าง แต่ถ้ามาช้า อาจมีอาการเหล่านี้ถาวร ฟื้นตัวช้ามาก แต่ถ้ารุนแรงมาก สมองอาจบวม สมองปลิ้น กดจุดสำคัญอาจเสียชีวิตได้ วิธีหนึ่งที่ทำได้ตอนนี้เลย คือลุกมาออกกำลังกายเลย เพราะความคุ้มค่ามันสูงมาก เรียกได้ว่าแก้ทุกกลไก ตั้งแต่หน้าประตู ยันการพอก ยันดีท็อกซ์เอาคอเลสเตอรอลออกไปเลย”
1.ผนังหลอดเลือดเสียหายง่าย
คำตอบคือ ไม่เป็นไรค่ะ ออกกำลังกายกระตุ้นให้ผนังหลอดเลือดสร้างโรงงานผลิตก๊าซ nitric oxide มากขึ้น (eNOS) ซึ่งก๊าซนี้ ทำตัวเหมือนเป็นพ่อบ้านประจำหลอดเลือดเลย ดูแลตั้งแต่ให้ผนังคลายตัว ลดความแรงถูของเลือด, ทำให้หลอดเลือดนุ่มขึ้น และยังลดการอักเสบที่ผิวให้เหล่า LDL และเม็ดเลือดขาวผ่านไปได้ยากขึ้น
2.ผนังอักเสบจากเม็ดเลือดขาวมันกินจนอกแตกตาย?
คำตอบคือ ไม่เป็นไรค่ะ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพิ่มเม็ดเลือดขาวสายต้านอักเสบมาประจำการเลยค่ะ (ชื่อ Treg) คอยปล่อยสาร IL-10, TGF-b ให้ผนังหลอดเลือดสงบเสงี่ยม ไร้อนุมูลอิสระ การเกิด oxLDL ก็ลดลง เม็ดเลือดขาวก็ไม่จับกินอีกต่อไป
3.ไขมันที่พอกไปแล้วจะทำไง?
คำตอบคือ ไม่ต้องห่วง ออกกำลังกายช่วยเร่งให้ตับสร้าง HDL หน่วยดีท็อกซ์หลอดเลือดมากขึ้น แถมยังตามไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีก เหล่าเม็ดเลือดขาวในผนังที่ท้องกำลังแตกเพราะคอเลสเตอรอล ก็รอดชีวิต เพราะ HDL จะสูบคอเลสเตอรอลออกไปโยนให้ตับ ตับจะได้นำไปสร้างสารอื่น
ทั้งนี้ “ยังไม่จบ ออกกำลังกาย ยังแก้ต้นตอของปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ อ้วนและภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นตัวหลักที่ทำให้ร่างกายเกิดอักเสบทั่วๆ ตลอดเวลา แล้วมันก็ไม่ได้แก้ที่หลอดเลือดคอเท่านั้น หลอดเลือดในสมองก็ตามไปแก้ด้วย ดังนั้นขอแค่ตระหนักแล้วเริ่มออกตั้งแต่ตอนนี้ ก็เป็นจุดเริ่มที่ดีมากๆ แล้วค่ะ เพราะโอกาสที่จะทำติดต่อกันจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำติดกันได้สัก 2 อาทิตย์ก็เริ่มเป็นนิสัยแล้ว และต้องไม่ลืมนะคะว่า การคุมอาหาร ปรับคุณภาพอาหาร การนอน ความเครียด ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างบุหรี่ สุรา ทุกอย่างเกี่ยวข้องกันหมด ปรับทั้งทีวันนี้เอาให้หมด เริ่มต้นก็ยังดี แล้วค่อยๆ ปรับ แต่ออกกำลังกายน่ะ ลุกมาทำเลย เพราะมันทำได้เดี๋ยวนี้เลย”
ขอบคุณข้อมูลจาก : Tensia



