สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ว่า นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงผลการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 ซึ่งปิดฉากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยมติที่เป็นไปตามความคาดหมายของทุกฝ่าย นั่นคือ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ดำรงตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองทั้งหมดของจีน เป็นสมัยที่สามติดต่อกัน ว่า นโยบายของรัฐบาลวอชิงตันที่เกี่ยวข้องกับจีน “ไม่เปลี่ยนแปลง”
ทั้งนี้ สหรัฐมีความยินดีร่วมมือกับจีน ในบริบทที่ความสนใจและการรักษาผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ “มีความคาบเกี่ยวกัน” ซึ่งรวมถึง ความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศโลก การสาธารณสุขระหว่างประเทศ การปราบปรามยาเสพติด และการไม่แพร่ขยายของอาวุธนิวเคลียร์ เนื่องจากความสัมพันธ์กับจีน เป็นความร่วมมือแบบทวิภาคีที่สหรัฐถือว่า “มีผลกระทบสืบเนื่องมากที่สุด”
Xi Jinping secured a precedent-breaking third leadership term and introduced a new Politburo Standing Committee stacked with loyalists, cementing his place as China’s most powerful ruler since Mao Zedong https://t.co/CxsYA2MFHY pic.twitter.com/rc1J1vKPX8
— Reuters (@Reuters) October 23, 2022
นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐ เมื่อปลายเดือน ม.ค. ปีที่แล้ว มีการสนทนากับสีแล้ว 5 ครั้ง ผ่านระบบทางไกลอิเล็กทรอกนิกส์ อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังปฏิเสธให้ข้อมูลในเวลานี้ เกี่ยวกับการพบหารือแบบตัวต่อตัวระหว่างสีกับไบเดน นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย. ที่จะถึง
อนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีน ตึงเครียดมากขึ้นอย่างชัดเจน ตั้งแต่ยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยความขัดแย้งและการแข่งขันพุ่งเป้าไปที่การขยายอิทธิพลด้านความมั่นคง และสงครามการค้า ซึ่งแม้ทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันในข้อตกลงฉบับหนึ่ง เมื่อเดือน ม.ค. 2563 แต่เมื่อสัญญาหมดอายุเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว กลับไม่มีการขยายระยะเวลาอีก.
เครดิตภาพ : REUTERS



