สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า นายดมิทรี โพลิอันสกี อัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ประชุมวาระพิเศษตามการเสนอของรัฐบาลมอสโก เมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับกรณีที่ยูเครน เตรียมใช้ “ระเบิดกัมมันตรังสี” หรือ “เดอร์ตีบอมบ์” ในสมรภูมิ


ทั้งนี้ โพลิอันสกียืนยัน รัสเซียไม่สนใจท่าทีของตะวันตก ที่กล่าวหารัฐบาลมอสโก “เป็นเด็กเลี้ยงแกะ” โดยยืนยันการมีหลักฐานเป็น “ข้อมูลข่าวกรอง” และแบ่งปันให้แก่กลุ่มประเทศตะวันตกที่เกี่ยวข้อง “ในระดับที่เหมาะสม” ซึ่งข้อมูลบางส่วนที่มีการเผยแพร่ระบุว่า รัฐบาลเคียฟว่าจ้าง “องค์กรสองแห่ง” ให้ผลิตระเบิดดังกล่าว ซึ่งมีศักยภาพกระจายกัมมันตรังสีเป็นวงกว้าง

รถบัสโดยสารนำประชาชนบางส่วนจากภูมิภาคเคียร์ซอน เดินทางต่อไปยังภูมิภาคไครเมีย


ด้านสหรัฐ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส กล่าวว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าว “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง” และเตือนรัสเซีย “จะได้รับบทเรียนอย่างร้ายแรง” หากเป็นผู้ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในยูเครน ส่วนประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า รัสเซียต่างหากที่มีแผนใช้ระเบิดกัมมันตรังสี แล้วโยนความผิดให้รัฐบาลเคียฟ


ในส่วนของสถานการณ์ท่ามกลางสมรภูมินั้น ยูเครนและรัสเซีย ต่างเตรียมความพร้อมกับการต่อสู้ที่ภูมิภาคเคียร์ซอน อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และอยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพรัสเซียตั้งแต่ช่วงต้นของสงคราม โดยหน่วยงานของรัสเซียในพื้นที่ เดินหน้าอพยพประชาชน ซึ่งสถิติก่อนเกิดสงครามมีจำนวนประมาณ 280,000 คน เพื่อลดความเสี่ยงของการสูญเสีย ขณะที่กองทัพยูเครนรุกคืบอย่างต่อเนื่องจากทิศเหนือ.

เครดิตภาพ : REUTERS