จากกรณีของนักแสดงสาวดาวรุ่ง “คริสติน-กุลสตรี มิชารัลสกี้” ที่ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวสุดช็อกผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่าถูกล่วงละเมิดในสภาพที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ขณะรอไปโรงพยาบาล ก่อนจะตัดสินใจหอบหลักฐานชุดนอนในวันเกิดเหตุเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ท่ามกลางกำลังใจที่หลั่งไหลมาจากแฟนคลับทั่วประเทศ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
- อ่านข่าวต่อ : เปิดวาร์ป ‘คริสติน กุลสตรี’ ดาวรุ่งซีรีส์แซฟฟิกจาก The Face สู่บทบาทชีวิตจริงหลังแจ้งความถูกล่วงละเมิด!
- อ่านข่าวต่อ : “คริสติน กุลสตรี” แจ้งข่าวช็อกโดนล่วงละเมิดทางเพศ ขณะรอความช่วยเหลือ-เอฟซีแห่ห่วงรัวๆ
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เดลินิวส์ออนไลน์” จะพาทุกคนมาสรุปไทม์ไลน์เหตุการณ์ “คริสติน กุลสตรี มิชารัลสกี้” นางแบบและนักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ซึ่งเป็นอดีตตัวตึง The Face Thailand Season 3 ตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกอาสาสมัครกู้ภัยล่วงละเมิดในสภาพที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ขณะรอไปโรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 69 เวลา 03.30 น. เหตุการณ์เกิดภายในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ซอยปรีดีพนมยงค์ 45 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดย “คริสติน“ มีอาการป่วยแพนิค มึนงง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงให้เพื่อนโทรศัพท์ตามรถพยาบาล ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้ามาช่วยเหลือกลับห้าม รปภ.คอนโดฯ ไม่ให้อุ้มตัวลงจากตึก
ต่อมา รปภ. ลงไปรับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านล่าง เมื่อสบโอกาสจึงเหลือบเห็นกู้ภัยคนดังกล่าวถกเสื้อ ถ่ายภาพเปลือย และล้วงเข้าไปภายในเสื้อและกางเกงในชุดนอน กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและ รปภ. ขึ้นมาที่ห้อง ผู้ก่อเหตุทำทีรีบใส่เสื้อผ้าให้ผู้เสียหาย และทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนที่เธอจะโพสต์เรื่องราวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อเตือนภัยและระบายความอัดอั้นใจ โดยเผยว่าถูกล่วงละเมิดในสภาวะที่ไม่สามารถปกป้องตัวเอง ทำให้แฟนคลับตกใจอย่างมาก
อ่านข่าวต่อ : “คริสติน กุลสตรี” แจ้งข่าวช็อกโดนล่วงละเมิดทางเพศ ขณะรอความช่วยเหลือ-เอฟซีแห่ห่วงรัวๆ

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 69 “คริสติน“ ได้นำหลักฐาน คือ ชุดนอนที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ มามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อตรวจหาลายนิ้วมือแฝงและ DNA ภายหลังการสอบปากคำกว่า 4 ชั่วโมง พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า รอง ผบก.น.5 และ ผกก.สน.คลองตัน พร้อมด้วย คริสติน ร่วมกันแถลงชี้แจง ซึ่งเธอเปิดเผยด้วยสีหน้าน้ำตาคลอ และน้ำเสียงสั่นเครืออยู่ตลอดว่า รายละเอียดทุกอย่างได้เล่าไปหมดแล้ว ไทม์ไลน์เป็นไปตามที่ได้ชี้แจงไปในอินสตาแกรมส่วนตัว และยืนยันเพิ่มเติมว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาล แต่เกิดขึ้นในห้องพักของตนเอง และคนที่เข้ามาช่วยเหลือเป็นคนแรก ก็ทราบแล้วว่าเป็นอดีตกู้ภัย แต่ขอยังไม่แจ้งว่าเป็นพื้นที่ไหน แต่เชื่อว่าปัจจุบันก็ยังมีเครือข่ายกู้ภัยอยู่

อีกทั้ง “คริสติน” ยังยืนยันว่า เขาไม่ได้ปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต และการถ่ายรูป เธอขอไม่ยืนยันว่ามีการถ่ายหรือไม่ เพราะไม่ได้อยากปรักปรำใคร สิ่งที่เห็นแม้ไม่มีเสียงชัตเตอร์หรือแฟลชออกมา แต่ด้วยการที่จับเธอถอดกางเกง และการที่เขาเปิดอวัยวะเพศเราออกมา แล้วเอากล้องโทรศัพท์ไปจ่อแบบนั้น ก็ตีความไปก่อนได้ว่าเป็นการถ่ายภาพ เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าจะมีอย่างอื่นหรือเหตุผลอะไรที่เขาต้องไปเจาะบริเวณนั้น
นอกจากนี้ “คริสติน” ยืนยันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้อยากให้เหมาว่ากู้ภัยไม่ดี และเธอก็เห็นใจคนทำงาน ตั้งใจช่วยเหลือสังคมและประชาชน เพราะเชื่อว่ากู้ภัยดีๆ คนอื่นก็มี แต่อยากฝากคนที่มีอาการฉุกเฉินแบบนี้แล้วอยู่คนเดียว อย่างน้อยก่อนที่จะปล่อยให้ใครเข้ามาในห้อง ขอให้ตรวจสอบดูบัตรหรืออะไรก็ได้เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนก่อน พอเธอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็รู้สึกว่ามันเสียหายทุกอย่าง โดยเฉพาะสภาพจิตใจของเธอ รวมไปถึงอาชีพเขาก็เสียหาย
อ่านข่าวต่อ : “คริสติน”ร่ำไห้เผยนาทีสู้กู้ภัยหื่นไม่ได้ เหตุเพราะฤทธิ์ยา “โอเวอร์โด๊ส”ทำได้แค่สวดมนต์รอตำรวจมาช่วย
ต่อมา เมื่อเวลา 20.30 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ พิจารณาอนุมัติหมายจับ นายนิกร อายุ 35 ปี ที่ จ.0395/2569 ลงวันที่ 1 เม.ย. 69 ข้อหาอนาจารแก่บุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าเป็นบุคคลอื่น
อ่านข่าวต่อ : ด่วนจับแล้ว! อาสากู้ภัยหื่นอนาจาร ‘คริสติน’ คุมตัวสอบเข้มหาเหตุจูงใจ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 เม.ย. พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า รอง ผบก.น.5 เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ขณะจับกุมผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่าได้ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปอนาจารผู้เสียหายแต่ไม่ได้กระทำอนาจารผู้เสียหาย ก่อนที่ภายหลังเจ้าตัวจะยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา คือ กระทำอนาจารตัวผู้เสียหายด้วย ส่วนภาพในโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายมานั้น ผู้ต้องหาระบุว่าไม่ได้ส่งต่อให้กับบุคคลอื่น และเมื่อทราบว่าผู้เสียหายแจ้งความก็ได้ลบภาพทั้งหมดทิ้ง ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาจากห้องขังมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าจะต้องดำเนินคดีในข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ ก่อนที่จะควบคุมตัวไปขอศาลฝากขังในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.) ช่วงเช้า
อ่านข่าวต่อ : ‘อดีตกู้ภัยหื่น’ ยอมรับแล้ว! ลวนลาม-ถ่ายคลิป ‘คริสติน’ จริง
ทั้งนี้ สำหรับข้อหาการกระทำอนาจารต่อบุคคลอายุเกิน 15 ปี โดยใช้กำลัง ขู่เข็ญ หรือทำให้ไม่สามารถขัดขืนได้ เข้าข่ายความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้กำลังหรือเหยื่ออยู่ในภาวะเสียเปรียบ ศาลมักลงโทษในระดับรุนแรง
ขณะที่อีกพฤติกรรม การแอบถ่ายภาพในลักษณะลามก กรณีการแอบถ่ายภาพ/คลิป ที่มีพฤติกรรมเชิงเพศร่วมด้วย อาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐานกระทำอนาจาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ส่วนกรณีแอบถ่ายในพื้นที่ส่วนตัว หรือจงใจถ่ายอวัยวะสำคัญ ถือเป็นการทำให้ผู้อื่นอับอาย เสียหาย หรือเดือดร้อนรำคาญเข้าข่ายความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคสอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลยิ่งกว่า คือกรณีมีการส่งต่อหรือเผยแพร่ภาพดังกล่าว ไม่ว่าจะผ่านโซเชียลมีเดียที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากพฤติกรรมทั้งหมดเกิดขึ้นจริงในเคสเดียวกัน ผู้กระทำผืดอาจถูกดำเนินคดีในลักษณะ หลายกรรมหลายวาระ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ส่งผลให้โทษรวมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม : gulasatree



