ทำไมความรักยุคนี้มันถึงยากขนาดนี้ สังคมซับซ้อนขึ้นหรือจริงๆ เราแค่เอาแต่ใจมากขึ้น THE LAZY GENIUS ประเดิม EP.แรก ด้วยศาสดาความรัก “ดีเจพี่อ้อย นภาพร” พาไปดึงสติทุกความสัมพันธ์แบบตรงไปตรงมาที่จะมาบอกทางลัดตั้งแต่คนแต่งงาน คนมีแฟน คนโสด ไปจนถึงคนที่ติดอยู่ในสถานะไม่ชัดเจน จะผิดไหมถ้ารักกับ AI และรักยังไงให้ฉลาด? และเคล็ดลับบำบัดแผลใจ โดยมี “คริส หอวัง” พิธีกรน้องใหม่แห่งบ้าน Life Dot ในเครือWOODY WORLD รับบทเป็น Fact Finder พาคุณไปค้นหาทางลัดและคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง พร้อมทำหน้าที่ทดลองและตั้งคำถามแทนคนดู เพื่อหาทางเลือกที่ดีและง่ายที่สุดสำหรับทุกมิติของชีวิต โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง พร้อมบอกทั้งข้อดี ข้อจำกัด แบบตรงไปตรงมาเพราะชีวิตที่ดีไม่เห็นต้องยาก

ดีเจพี่อ้อย เผยว่า “เรื่องรักที่ดูยากขึ้นตอนนี้ พี่ว่าวันนี้สังคมมันอาจจะดูซับซ้อนขึ้นค่ะ ซับซ้อนขึ้นเท่ากับเอาแต่ใจมากขึ้น แต่ก่อนนี้ ไม่เพื่อนก็แฟน ไม่แฟนก็เพื่อน คือจบแล้วไง แต่วันนี้มันมีความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นแล้วเรียกตำแหน่งเยอะมาก เราพยายามไปหาคำอธิบาย อันนี้เรียกว่า Love Bombing อันนี้เรียกว่าความสัมพันธ์แบบโรยขนมปัง จริง ๆ แล้วก็คือความเอาแต่ใจแหละ วันนี้อยากมีแฟน แล้วก็อยากมีคนนี้เป็นคนคุยด้วย แล้วดันบังเอิญคน ๆ นั้นก็พร้อมจะเป็นคนคุยด้วยนะ เป็นคนคุยแล้วเมื่อไหร่เป็นแฟน พอคนเอาแต่ใจมากขึ้น มันก็เลยมีความสัมพันธ์เต็มไปหมดที่ไม่หาความชัดเจนสักที เพราะกลัวว่าถ้าชัดเจนแล้วฉันจะไม่ได้เป็นแม้แต่คนคุย เราต้องยอมรับนะคะว่าความรักไม่ได้ใช้เหตุผล เราถึงไปรักคนที่ไม่ควรรัก แต่บางคนก็บอกว่า มันเป็นรักแท้เลยนะ แค่เขาเป็นคนของคนอื่น แล้วเราจะไปตามหารักแท้จากแฟนชาวบ้าน มันก็ไม่ใช่ไง แต่มันก็จะมีมุมที่ว่า แต่หนูแค่คุยเองนะคะ เห็นความเอาแต่ใจไหม แค่คุยเอง หนูยังไม่ได้อยากจะแย่งใครเลย แต่อย่าลืมว่าความสัมพันธ์และจิตใจคนเรามันหยุดไม่ได้สนิทขนาดนั้น”

“อีกอย่าง พี่ว่าความเห็นแก่ตัวอาจจะเป็นมาโดยตลอด แต่แค่แสดงออกมากขึ้น เพราะเราชอบคิดว่า อะไรก็ตามที่ทำผิดพร้อมกัน มันแปลว่าสิ่งนั้นไม่ผิด สมมติยกตัวอย่างว่า ตรงนี้ห้ามกลับรถ แล้วมีรถคันแรกกลับรถ ทำไมเขากลับรถได้ ฉันเป็นคันที่สอง ก็คิดว่าตรงนี้กลับรถได้ ถ้าตำรวจจะจับก็จับคันแรกไปแล้ว พอคันที่สามเห็นสองคันกลับรถก็คิดว่าป้ายตรงนี้ติดผิด ตรงนี้กลับรถได้ เพราะฉะนั้นมันก็เลยกลายเป็นความรู้สึกว่า ใคร ๆ เขาก็เป็นกันหรือเปล่า? กับความสัมพันธ์ประเภทที่ไม่ได้จริงจัง แค่รักสนุก ต่างคนต่างเจอไม่ได้ผูกพันกันเสียหน่อย แล้วพอมันเกิดความเอาแต่ใจไปพร้อม ๆ กัน ก็เลยทำให้คนที่อยากจะหาความสัมพันธ์จริงจัง รู้สึกว่าทำไมยุคนี้มันยากขึ้น เพราะทุกคนดันหันไปทำแบบนั้นพร้อมกันหมดว่ายังไม่ได้มีแฟนเป็นตัวเป็นตน บางคนใช้เกณฑ์ว่ายังไม่ได้แต่งงาน แปลว่ายังเลือกได้อีก บอกก่อนเลยว่าพี่เคยคุยกับคุณหมอด้านสมองและจิตแพทย์มา ไม่มีมนุษย์คนไหนไม่คาดหวัง อย่ามาบอกว่าก็รักแบบไม่คาดหวัง แล้วคุณหมอใช้ประโยคหนึ่งที่พี่อ้อยชอบมากเลยคือ เราคาดหวังว่าเราจะไม่คาดหวัง แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกคนมีความคาดหวังหมดค่ะ เราดูแลตัวเองมาได้ถึงวันหนึ่ง แล้วเรารู้สึกว่าจะลองเริ่มต้นคุยกับคน ๆ นี้ อย่าลืมนะว่าสิ่งที่เขาลงทุนคือเวลา  เพราะฉะนั้นถ้าคุยกันไปแล้ว เราก็คิดว่าเขาน่าจะต้องจริงจัง ถ้าเขามาคุยเล่น ๆ แล้วบอกว่า “ตอนนี้ฉันคุยกับคนอื่นอีก 15 คนอยู่นะ” แล้วเราจะยังอยากคุยกับเขาต่อเหรอ? เข้าใจไหมว่าความคาดหวังมันเกิดขึ้นเป็นปกติ คุยกับเขาเพราะเราอยากเรียนรู้เขา แต่กลับกลายเป็นแค่หนึ่งในตัวเลือกที่เขากำลังคุยอยู่ ซึ่งบางคนก็ยอมอยู่ในสถานะคบเผื่อเลือกเพราะหวังว่าวันหนึ่งเขาอาจจะเลือกเรา แต่สถานะคบเผื่อไม่เลือกมีเยอะ มันมีบางคนที่รู้ทั้งรู้ว่าเป็นแค่วิตามินรวมกับคนอื่น ดูก็พอจะรู้ แต่เขาก็ยังอยากเดินหน้าต่อด้วยการให้ความหวังตัวเองว่าวันหนึ่งเขาหันมาจะรู้ว่าใครที่ทนอยู่ตรงนี้ได้นานที่สุด ซึ่งพี่รู้สึกว่าความอดทนไม่ใช่จุดขายของฉัน ทำไมต้องร้องขอความรักขนาดนั้น อยากได้ความสุขน้อยนิดแต่เอาทั้งชีวิตเข้าไปแลก รู้ว่ารักก็อยากลองดูสักตั้ง แต่ควรมีการกำหนดเวลาให้ตัวเองหน่อยไม่อย่างนั้นมันจะเป็นการเสียเวลาชีวิต”

ดีเจพี่อ้อย เผยว่า “มีความรู้สึกว่าหลาย ๆ ครั้งที่เรากลัวความเหงาเสียจนยอมรับใครก็ได้เข้ามาในชีวิตแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ ก่อนจะเจอเขาเรายังอยู่ยังไง พี่ไม่สามารถบอกให้ทุกคนเชื่อในสิ่งที่พูดได้หมดหรอก แต่พี่แค่รู้สึกว่าถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราสามารถอยู่ได้ด้วยการเติมเต็มความสุขให้ตัวเอง คนที่เข้ามา เรามีสติมากขึ้นในการเลือกเขา แต่ถ้าเราเป็นคนที่เดินแบบตัวพร่อง คิดแต่ว่าหนูต้องมีใครมาเติมเต็มชีวิต แล้วเขาจะมาเติมให้เต็มได้จริง ๆ หรือ? ถ้าเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาเติมเต็ม เขามาอยู่ข้าง ๆ เราแค่ครู่เดียว แล้วเดี๋ยวเขาก็ต้องไปยืนข้าง ๆ คนอื่น ถ้าบังเอิญเรายังไม่เจอคน ๆ นั้น หรือเจอแล้วแต่เขาดันมีคนอื่นที่ใช่กว่าเรา ก็อย่าเศร้าจนเกินเบอร์ ความเหงาหรือความโสดไม่ใช่บทลงโทษจากฟ้า เราก็แค่ยังไม่เจอใครสักคนที่ทำให้เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุขมากกว่าตอนโสด ถามว่ามีทางลัดใน Move On เร็วที่สุดไหม พี่ไม่รู้ว่ามันเป็นทางลัดไหมแต่ทางลัดอันหนึ่งที่พี่มักจะเห็นบ่อยๆ คือก็ในเมื่อเสียใจก็จงเสียใจให้ถึงที่สุด เมื่อไหร่ก็ตามที่มันเกิดความย้อนแยงในตัวเองเราจะยืดระยะเวลาความเสียใจออกไปอีก หลายเรื่องเราต้องบำบัดตามอาการ คืออย่าพยายามเข้มแข็งในวันที่อ่อนแอ แผลจะใหญ่เกินไป เสียใจให้สุดไปเลย แล้วดูว่าสุดแล้วมันเกิดอะไรขึ้น เพราะอย่างที่บอก พี่ไม่เคยเห็นใครร้องไห้ตายคาที่เลย แต่เหมือนกับว่าเราจะสามารถดีลกับใจตัวเองได้ดีขึ้น หลังจากนั้นพี่เชื่อว่าเรามีวิธีบอกกับใจตัวเองว่าอย่างไร เพราะถ้ารักกันจริงเขาไม่ทิ้งให้เราเป็นแฟนเก่าหรอกค่ะ”

“รู้สึกว่าวันนี้ที่ยังไม่ชัดเจน อาจจะเป็นเพราะว่าเราเองอยากเป็นมากกว่าที่เขาให้หรือเปล่า ถ้าเกิดว่าคนเรามีความรักมากและอยากเป็นแฟนอยู่แล้ว หนังที่พี่อ้อยดูสมัยก่อน เรื่องหนึ่งคือเรื่อง When Harry Met Sally ประเด็นของมันคือการตั้งคำถามว่า ผู้ชายกับผู้หญิงจะเป็นเพื่อนกันได้จริง ๆ ไหม และบังเอิญมันมีประโยคหนึ่งในหนังคือถ้าเราเจอคนที่ใช่ เราจะไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว และจะพยายามทำทุกทางเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่สถานะมันไม่ชัดเจน อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้รักเรามากพอที่จะขอเราเป็นแฟนก็ได้นะ แล้วความสัมพันธ์แบบไม่ชัดเจน บางทีเราเองรู้สึกว่าอยากเป็นมากกว่านี้แต่เขาไม่สามารถให้เราเป็นได้มากกว่านี้ แล้วพอเราจะเดินออกจากชีวิตเขาก็เดินไม่ไหว แต่ครั้นจะเดินเข้าไปใกล้เขาก็ให้ได้แค่นี้ ถ้าคุณอยากได้ความจริงใจอย่าเอาความหลายใจเข้าไปแลก คุณอยากได้คนที่รักเราจริง ๆ แต่คุณกลับคุยเผื่อไว้อีก 5 คนตรงนี้ พี่ถึงได้บอกไงว่ามันเป็นธรรมต่อคนเหล่านั้นไหม ไม่มีใครอยากคบกันเพื่อเป็นแค่ดาราสมทบโดยไม่ได้เป็นตัวจริงหรอก เพราะทุกคนก็มีสิทธิเลือกความรักของตัวเองเหมือนกัน”