กลายเป็นข่าวช็อกสนั่นแวดวงเพลงลูกทุ่ง ทำเอาบรรดาแฟนคลับถึงกับใจหายวาบไปตามๆ กัน สำหรับความสัมพันธ์ของคู่นักร้อง-คนเบื้องหลังที่สร้างอนาคตร่วมกันมาอย่างยาวนาน ล่าสุดในงานรอบกาล่าภาพยนตร์เรื่อง “ของแขก 2” ณ สยามพารากอน สาว “แพมมี่-สุธิดา” ได้ออกมาเปิดอกยอมรับเป็นครั้งแรกด้วยแววตาและน้ำเสียงสุดช้ำว่า ได้ยุติความสัมพันธ์ฉันแฟนกับนักร้องหนุ่มเจ้าของเพลงฮิต “กานต์ ทศน” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปิดฉากรัก 8 ปีลงอย่างเจ็บปวด ทั้งที่เพิ่งมีแพลนวิวาห์หวานปักหมุดไว้ในปีหน้า

โดย แพมมี่ เปิดใจว่า “ถ้าถามว่าใครเป็นคนตัดสินใจอยากจะลดสถานะ เขามากกว่า ตอนแรกก็เหมือนอยากห่างกันเพื่อทบทวน แล้วเราก็ไปเจอเหตุการณ์หนึ่งว่ามันไม่ใช่แค่ห่างซะมากกว่า เราก็พยายามง้อ หนูก็เป็นคนชอบด่า พูดจาอาจจะรุนแรงไป โดยที่บางทีเราไม่รู้ ส่วนเกี่ยวกับเรื่องมือที่สามไหม ก็ลองไปดูกันเอาเอง (หัวเราะ) ก็อยากให้ทุกคนลองไปดูกันว่า กานต์ทำงานถ่ายละครตลอด ก็จะไม่ค่อยมีเวลาหรอกค่ะ
แต่จบดีค่ะ คือหนูเป็นคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรกับใครอยู่แล้ว มันจะมีเหตุการณ์หนึ่งที่หนูร้องไห้ แล้วไลฟ์สดลง แล้วมีแฟนคลับเข้ามาดูเยอะมาก 5 นาที คนดูหมื่น หนูก็ลงไลฟ์เลย ณ ช่วงเวลานั้นก่อนสงกรานต์ค่ะ เดือนมีนา ถามว่าเสียดายเวลาที่ผ่านมาไหม เพราะเราก็คบกันมานาน จริงๆ หนูรู้สึกเสียดาย 8 ปีค่ะ หนูรู้สึกเสียดายเวลาแล้วก็เสียดายอะไรหลายๆ อย่างสิ่งที่เราสร้างกันมา เราก็เลยรู้สึกว่าเราไม่รักกันตอนไหน หนูหายไปสองเดือน หนูอยู่กับตัวเองมาสองเดือน แล้ววันนี้หนูกลับเข้ามาทำงานได้ เข้มแข็งขึ้นในทุกๆ วัน แต่ก็ยังทำงานให้เขานะคะ
ตอนนี้ก็ยังเป็นผู้จัดการให้เขาอยู่ ก็ขายงานให้อยู่ค่ะ ก็ยังมีขายงาน มีดูงานให้ เพราะว่าเขาก็เหมือนไม่ไว้ใจใคร จริงๆ ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจจะไปแล้วก็ได้ เพราะว่าเพื่อนก็จะบอกตลอดว่า อยู่ทำไม แล้วทำไมเราถึงยังอยู่ ถ้าพี่ๆ เห็น หนูก็ดันมาตั้งแต่แรก หนูก็เสียดายว่าถ้าหนูพูดอะไรไป หรือแบบทำให้คนๆ หนึ่ง หนูก็ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่ยังไงด้วย (แสดงว่าตอนนี้คุยกันแค่เฉพาะเรื่องงาน?) แทบจะไม่ได้คุยกันเลย แต่ต้องทำงาน หนูคุยเฉพาะทำงาน
ถามว่าที่ผ่านมากานต์ได้มาง้อเราบ้างไหม หนูง้ออยู่คนเดียว (หัวเราะ) ช่วงแรกหนูง้อ ที่ห่างกันประมาณช่วงเดือนมีนา ต้นๆ เดือนเราทะเลาะกัน แล้วหนูก็อยู่ต่างจังหวัด ส่วนจะมีโอกาสที่เรากลับมาคุยกันอีกครั้งหนึ่งไหม ก็เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้หนูก็อยากโฟกัสตัวเอง เพราะว่าตอนแรกหนูโฟกัสคนอื่นมาตลอด ช่วงนั้นหนูร้องไห้หนัก หนูน้ำหนักลง จาก 52 เหลือ 46 หนูกินข้าวไปแล้วก็ร้องไห้ไปด้วย เพิ่งเข้าใจเลยว่าการที่ร้องไห้ไปด้วยกินข้าวไปด้วยความรู้สึกเป็นยังไง จะร้องแล้วเนี่ย เพราะว่าทุกครั้งเราไม่เคยเสียใจขนาดนี้เลย หนูก็แบกตัวเองกลับบ้านกลับอุดรฯ ไปหาแม่

กว่าจะมาถึงจุดนี้ ที่พูดได้มันยากไหม ตอนนี้ก็ยังพูดไม่ได้นะ อันนี้พูดให้ฟังเฉยๆ เพราะว่าอยากให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้เราก็ห่างกันแล้วนะ เผื่อทุกคนไปเจอกานต์ หรือว่าไปเจออะไร ก็ไม่ต้องไปด่าน้อง ถามว่ากลัวไหมว่าทัวร์จะไปลงเขา เราอยากเป็นห่วงเขาในมุมนี้ไหม ถ้าทัวร์จะลงเขาหนูทำตั้งแต่วันแรกแล้ว ไม่ลงหรอกค่ะ กานต์เขาเป็นคนพูดจาดี เป็นคนน่ารักกับแฟนคลับ (คิดว่าเป็นเพราะอาถรรพณ์เลข 7 เลข 8 ไหม?) ถ้าย้อนบทสัมภาษณ์กานต์เคยพูดไว้ว่า กานต์ไม่กลัวแล้วอาถรรพ์เลข 7 หนูจะพูดตลอดว่าหนูกลัวอาถรรพ์เลข 7 กับเลข 8 มันเกิดขึ้นแล้ว วันนี้เราก็ต้องยอมรับ เขาอาจจะดีกว่าอะไรอย่างนี้ค่ะ (อยากจะบอกอะไรเขาผ่านตรงนี้ไหม?) กานต์เขาดูอยู่แล้ว เขาติดตามพี่ๆ นักข่าวทุกช่องทางอยู่แล้ว เราคุยแต่เรื่องงาน เราก็ยังไม่ได้ย้ายออกจากกันด้วยซ้ำ ยังคุยกันอยู่ ยังเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีต่อกันอยู่
เวลาเขาไปออกงาน ถามว่าเราต้องไปกับเขาเหมือนเดิมไหม ไม่ไป ไม่ได้ไปเลย คือหลังๆ มามันจะมีงานคู่กันเยอะ พอมีงานคู่กัน เราก็เลยต้องไป แล้วผู้จัดเขาต้องการคู่ เราก็ต้องยังไม่พูด เราก็ต้องอยู่ไปก่อน แต่ตอนนี้หนูพูดเอง เพราะว่าหนูคาราคาซังมาหลายเดือนแล้ว หนูเหนื่อย งานคู่ก็เบรกเลย ส่วนตัวเขา เขาบอกรับได้ ก็รับได้ปกติ แต่หนูไม่อยากรับ หนูอยากให้พี่ไปถามพี่กานต์บ้าง ส่วนเหตุผลที่เขาบอกกับเราตอนนั้นว่าอยากลดสถานะคือมันเป็นปัญหาสะสม มันมีปัญหา เรื่องอาจจะครอบครัวเข้ามา คำพูดหนู เขาบอกว่าหนูก็ด่าแรง หนูก็อาจจะด่าแรงหรือเปล่าคะพี่ หนูด่าแรงไหมอ่ะ ก็อาจจะมีคำพูดที่ไม่ดีหรือเปล่า เดี๋ยวพี่ลองไปสัมภาษณ์น้องกานต์ต่อดู
ที่บอกว่าเราเสียดายที่เราสร้างอะไรด้วยกันมา จริงๆ แพลนอนาคตไว้ ถ้าดูบทสัมภาษณ์ปีหน้าก็จะมีแพลนแต่ง แต่ตอนนี้ก็คือพับ ตอนนี้หนูก็โอเค ไม่อยากโฟกัสเรื่องอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ถามว่าสบายใจขึ้นไหมที่ได้พูดในวันนี้ จริงๆ สบายใจนะ ได้เจอพี่ๆ นักข่าวก็สบายใจ ช่วงสองเดือนมีใครเป็นที่ปรึกษาหรือว่าอยู่คนเดียว ช่วงสองเดือนแรกใช่ไหมคะ อยู่คนเดียวเลยค่ะ ไม่ปรึกษาใครเลย มีแค่กับน้องสาวแท้ๆ ไม่คุยกับใครเลยสักคน

ตอนนี้มูฟออนได้แล้วจริงค่ะ ถามว่าเข็ดกับความรัก ก็ไม่เข็ดนะ (หัวเราะ) ก็ยังรอใครดีๆ สักคนเข้ามาอยู่ 31 แล้วอ่ะ เขา 25 ไง เขาก็แพรวพราว ที่ผ่านมาคู่เราเหมือนรักกันดี ไม่ได้มีปัญหาสัญญาณอะไร ช่องว่างระหว่างวัยก็ไม่มี อย่างนี้ก็เลยต้องไปถามกานต์แล้วค่ะ ก็คิดว่ากานต์เขาคงจะตอบว่าปัญหาสะสม ส่วนมือที่สาม เดี๋ยวมาดูกันอีกทีหนึ่งค่ะ (ยิ้ม) ถามว่าเราก็เหมือนระแคะระคายอะไรมาบ้าง ก็ (หัวเราะ) (เซนส์ผู้หญิงของเราแรงไหม?) เซนส์ผู้หญิงนั่นแหละพี่ แต่ไม่มีหรอก
ฝากถึงคนใหม่ที่จะเข้ามา จริงๆ หนูชอบคนใจดีนะ เป็นคนชอบคนโอบกอด อาจจะเปลี่ยนสเปก จริงๆ เราไม่ได้ชอบเด็กมาตั้งแต่แรก แต่เราแพ้ความดีของกานต์ตั้งแต่แรกด้วย เหมือนหนูเคยพูดกับทุกคนตั้งแต่ออกรายการ หนูบอกว่าสิ่งเดียวที่หนูรักกานต์ก็คือ กานต์รักหนู แต่วันนี้อาจจะไม่ได้รักกันแล้วก็เลยต้องแยกจากกันแค่นั้นเอง ส่วนอนาคตจะมีการแยกกันทำงานไหม อนาคตมีแน่นอน เขามีค่ายใหญ่ด้วยไง เขาก็มีค่าย ส่วนตัวเราเริ่มต้นใหม่คนเดียว ก็อยากให้ผู้ใหญ่คอยซัพพอร์ตด้วยนะคะ กลับมาทำงานแล้ว
แล้วก็ไปทำสวยมา อกหักก็เลยไปทำสวยมา เอาจริงๆ ไหม คนจะด่าหนูไหม จริง ๆ (หัวเราะ) หนูเป็นคนกลัวการผ่าซี่โครงมาก แล้วหนูก็เลยไม่ทำ แต่วันนั้นไม่กลัวแล้ว มันเสียใจ ไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว มันเสียใจเกินไปแล้ว แต่เขาก็เป็นห่วงหนูนะ เขาก็มารับ งงไหม สถานะงงๆ ยิ่งอกหักก็ยิ่งต้องสวยขึ้น ยิ่งสวยขึ้นยิ่งต้องพัฒนาตัวเองขึ้นค่ะ ตอนนี้เราทำเพื่อตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เราจะพยายามพูดกับแม่ตลอดว่าไม่ต้องห่วง เพราะว่าแม่เป็นห่วงไง ว่าอยู่กรุงเทพฯ คนเดียวจะอยู่ยังไง แล้วแกเห็นข่าวคนฆ่ากัน ควักเครื่องในอะไรอย่างนี้ แกก็จะมีความเป็นห่วงหนูตลอด ว่าหนูจะอยู่ได้ไหม เพราะว่าหนูชอบออกไปลั้ลลานิดหนึ่ง ถามว่ากลัวได้ไปออกโหนกระแสไหมเพราะดูเรื่องราวมีลับลมคมใน ถ้ามีการเปิดวาร์ปอะไรขึ้นมา ก็ดูตัวเองก่อน หนูไม่ได้จะไปทำร้ายใครอะไรขนาดนั้น (เซนส์ผู้หญิงบอกว่าเป็นคนในวงการไหม?) บีบมากแม่ เดี๋ยวค่อยมาดูกันอีกที”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กานต์ ทศน



