ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่สังคมออนไลน์และแฟนละครให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีข่าวหนี้สินนับสิบล้านบาทของนางร้ายสาวคิวทองอย่าง “ดิว–อริสรา ทองบริสุทธิ์” ที่เคยเกิดข้อพิพาทดราม่ากับนักธุรกิจสาวชื่อดัง “เมย์–วาสนา อินทะแสง” ก่อนหน้านี้ ล่าสุดในงาน “OH LALA Party” เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่สาวดิวเดินทางมาร่วมงาน เจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดอกเคลียร์ใจถึงมรสุมชีวิตในครั้งนี้แบบหมดเปลือก

โดย ดิว อริสรา เผยถึงความคืบหน้าเรื่องการจัดการภาระหนี้สินว่า “สำหรับเรื่องหนี้เราก็มีการจัดการมาโดยตลอดโดยที่ไม่ได้มีอะไรมีปัญหาค่ะ ก็คิดว่าน่าจะจบได้ด้วยดี ท้ายที่สุดตามไทม์มิ่งก็น่าจะเรียบร้อยด้วยดีค่ะ ก็คิดว่าอีกไม่นานค่ะ ตอนนี้ทำงานเยอะมากค่ะ ได้รับโอกาสด้วย ก็เลยอยากให้เห็นในหลายๆ มุมชีวิตเราด้วย ว่าอย่าท้อนะ เพราะถ้าท้อตอนนั้นก็อาจจะไม่มีวันนี้ ขนาดเราเจอมรสุมถ้าเรายังไม่ท้อ และเราคิดดี คิดที่จะปรับปรุง มันก็มีคนให้โอกาส ตอนนี้พรีเซ็นเตอร์ดิวก็ 7 ตัวนะ ตั้งแต่ม.ค.มา มันแค่ครึ่งปี แต่ดิวมีพรีเซ็นเตอร์ทุกเดือนเลย มันก็ยังมีคนที่รักเรา มีคนให้โอกาสเราและเราก็ได้มีโอกาสจัดแจงตัวเอง เคลียร์ปัญหาตัวเอง ดิวว่ามุมนี้มันน่าสนใจมากกว่าเรื่องอื่นๆ
พอเรื่องหนี้เคลียร์ไปได้มันก็ช่วยให้เราคลายกังวลด้วย ทำให้เราค่อยๆ กลับมายืนขึ้นได้ด้วยตัวเราเอง อีกไม่กี่เดือนก็น่าจะไม่มีอะไรแล้วค่ะ แต่ไม่อยากพูดว่าจะจบภายในปีนี้มั้ย (หัวเราะ) เพราะพอเรามีหนี้สินคนก็เห็นใจเยอะ ดิวว่าพอเรารับมือเป็น ยอมเป็น อยู่บนความเป็นจริงเป็น เราก็ไม่ฟุ้งเฟ้อ ดิวว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ดิวไม่อยากมาพูดว่าฉันเคลียร์หนี้หมดแล้วเย้ ดิวอยากใช้ชีวิตเหมือนคนปกติที่เขาเดินหน้าทำงานต่อไป ทำหน้าที่ของเราให้ดีต่อไป ต่อให้จะมีหนี้หรือไม่ เพราะเคยอยู่ในทุกจุดมาหมดแล้ว พอมาวันนี้ก็เลยรู้สึกแฮปปี้กับตัวเราที่เป็นแบบนี้มากๆ
จริงๆ ก็แอบขอบคุณกับทุกๆ อย่างที่มันเกิดขึ้น เพราะถ้ามันไม่มีหลายๆ สถานะการเกิดขึ้น วันนี้เราจะไม่ตาสว่าง และมีมิตรดีๆ ขึ้นได้เจอมิตรภาพที่ดีเยอะขึ้น คัดกรอง ดิวแฮปปี้กับชีวิตของดิวตอนนี้มาก ก็ได้เรียนรู้เยอะนะ เรียนรู้ว่าเราไม่ดีตรงไหน และเรียนรู้ว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงอะไร และเรียนรู้ว่าต้องรู้จักพอเพียงให้เป็น และมันจะได้เจอความสุขจริงๆ มันก็แฮปปี้

เพื่อนสนิทตอนนี้เหรอ จริงๆ ก็มีอยู่นะคะ แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าทุกๆ ครั้งคือดิวไม่ได้อยู่ไทยเยอะนะ ใน 1 เดือนดิวจะอยู่ไทยน้อยมาก เพราะว่าดิวต้องไปๆ มาๆ ที่ไต้หวันกับไทย เวลาที่ดิวมามันคือดิวต้องมาเพื่อทำเงินเท่านั้น ก็เลยไม่มีเวลาไปกินข้าวกับใครหรืออะไรเลย อย่างกุ๊บกิ๊บก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกันมา 20 ปี สุดท้ายเขาต้องมาซื้อไลฟ์ดิวนะ ให้แบรนด์พรีเซ็นเตอร์ตัวเองมาซื้อไลฟ์ดิว แล้วก็ทำยำแมงกะพรุนมาให้เพื่อนกินในไลฟ์ เพื่อนก็คือเพื่อนน่ะ มาซื้อเวลาเฉยๆ ไม่ได้ขายของเลย คือเจอยากนักใช่มั้ย ฉันซื้อเลย แล้วนางก็ไปซื้อข้าวเหนียวหมูทอด ยำแมงกะพรุนใน 1 ชม.นั้น ก็เกรงใจลูกค้าเหมือนกันนะ
จริงๆ แล้วเพื่อนเราคนที่ยังอยู่ก็ยังอยู่แหละ ต่อให้เราจะเป็นยังไงเพื่อนก็คือเพื่อน มันก็มีบางคนที่หายไป ซึ่งเราเข้าใจ เพราะเราไม่ดีเอง เขาไม่เปิดรับเรามันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าใครที่ยังอยู่เราก็ต้องยิ่งคืน ทำดีให้กับเขา ดิวคิดแบบนั้นมากกว่า ไม่น้อยใจเลย ค่อนข้างปลงกับชีวิตแล้ว เพราะถ้าดิวน้อยใจดิวประสาทเสียแน่ๆ ดิวไม่น่าจะรอดมาถึงวันนี้นะ (หัวเราะ) แต่อย่าเรียกว่าดิวตัดใครเลยค่ะ เรียกว่าบางคนตัดดิวดีกว่า (หัวเราะ) แต่ไม่เป็นไรค่ะ ใครอยู่เราก็จะทำดีให้กับเขา แต่ใครไม่อยู่ เราเข้าใจได้ เพราะวันนั้นเราก็อาจจะไม่ได้ดีด้วยไง แบบนั้นดีกว่า (ยิ้ม)”




