ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุม สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 16 สำนักงานพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมประชุมหารือการดำเนินงานสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของ ศอ.บต. โดยมีนายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องพระราชดำริ และกิจการพิเศษ ศอ.บต. ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผู้แทนจากจากชลประทาน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือในครั้งนี้ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีวาระที่สำคัญประกอบด้วย การประมวลพระราชดำริ/พระราชดำรัส และผลการดำเนินงานสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561-2565 ประกอบด้วย ด้านสุขภาพ, ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต, ด้านการแก้ไขปัญหาน้ำ และการพัฒนาเพื่อสนองพระราชกระแสรับสั่ง ประกอบด้วย กิจกรรมสนองแนวพระราชดำริฯ “เก้าอี้ สุขใจ” ร้อยรักสู่ครอบครัว, กิจกรรมขยายผลนวัตกรรม “เก้าอี้สุขใจ” สู่ “รองเท้าสั่งตัด”, กิจกรรมนวัตกรรมบริการทางการแพทย์เคลื่อนที่สาธารณสุขเชิงรุก “สิริเวชยาน” บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล, กิจกรรม “ธนาคารอุปกรณ์เพื่อคนพิการ”, โครงการอาหารกลางวัน “ครัวโรงเรียน สู่ครัวบ้าน”, กิจกรรมพัฒนาการปลูกและการผลิตกาแฟโรบัสต้า ภายใต้ระบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน, แผนการจัดสร้างหอเฉลิมพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์กับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้, โครงการดอกไม้เมืองหนาวอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา, ปัญหาหมอกควัน ซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องที่น่าห่วงเป็นอย่างมาก จึงให้ทุกหน่วยงานร่วมกันดูแลปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการดูแลป่าไม้ในพื้นที่ เป็นต้น

ในการนี้ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น ได้รับกระแสพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงรับสั่งกับผู้บริหาร ศอ.บต. ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้หลักการทำงานที่สำคัญคือ โครงการต่างๆ ต้องสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง และผู้ที่ได้รับประโยชน์คือ ประชาชนที่สามารถ “พึ่งพาตนเองได้” ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ ศอ.บต. จึงเร่งให้ความสำคัญ ได้ดำเนินการอย่างท่วงที โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลจริงจากประชาชน เพื่อสนองกระแสรับสั่งให้เกิดการเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต