สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ว่ากระทรวงกลาโหมของรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า “ผู้เชี่ยวชาญ” จากกองทัพเรือสหราชอาณาจักร เป็นผู้ระเบิดท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 และ 2 ซึ่งลอดผ่านใต้ทะเลบอลติก จนส่งผลให้เกิดรอยรั่วหลายแห่ง เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา


ขณะเดียวกัน รายงานของรัฐบาลมอสโกระบุด้วยว่า “ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มเดียวกัน” ให้ความสนับสนุนกองทัพยูเครนร ก่อเหตุใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน แบบติดอาวุธ 16 ลำ โจมตีกองเรือทะเลดำของรัสเซีย ที่เมืองเซวาสโตโพล บนคาบสมุทรไครเมีย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ แต่เรือรบลำหนึ่งได้รับความเสียหาย

ทหารยูเครนอารักขาโกดังเก็บเมล็ดธัญพืช ที่เมืองโอเดสซา ทางตะวันตกของยูเครน


ด้านกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดของรัสเซีย ส่วนรัฐบาลสวีเดนและเดนมาร์กซึ่งร่วมกันตรวจสอบรอยรั่วที่ท่อนอร์ดสตรีมทั้งสองเส้นทาง สรุปไปในทางเดียวกัน ว่าเป็นผลจากการระเบิด ทว่าไม่ได้มีการพาดพิงบุคคลใดอย่างชัดเจน และรัสเซียเคยให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าการกล่าวหารัฐบาลมอสโกเป็นผู้ก่อวินาศกรรมที่ท่อนอร์ดสตรีม 1 และ 2 “เป็นเรื่องงี่เง่า” และเปรยว่า บริษัทหลายแห่งในสหรัฐได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น จากการขายก๊าซธรรมชาติเหลว ( แอลเอ็นจี ) ให้กับยุโรป


ต่อมา รัสเซียประกาศระงับความร่วมมือกับยูเครน ตามข้อตกลงที่ลงนามร่วมกับสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และตุรกี เมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ในการระบายธัญพืชหลายสิบล้านตันซึ่งตกค้างอยู่ที่ท่าเรือในทะเลดำ นับตั้งแต่เกิดสงคราม ด้วยการให้เรือบรรทุกสินค้าของหลายชาติเข้ามาลำเลียงสินค้าออกไปส่งที่ปลายทาง โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับ “การก่อการร้าย” ที่เกิดขึ้นกับกองเรือทะเลดำ ขณะที่สหรัฐแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก ส่วนยูเอ็นกล่าวเพียงว่า “กำลังประสานงาน” กับรัสเซีย.

เครดิตภาพ : REUTERS