ภายหลังเรือนจำระนองรายงานพบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 คราวแรกเมื่อวันที่ 14 ส.ค. จำนวน 25 ราย ให้นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ผู้ว่าฯ ระนอง ทราบ พร้อมระดมบุคลากรทางการแพทย์เข้าปฏิบัติการตรวจเชิงรุกในผู้ต้องขัง 1,656 ราย เมื่อวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผลล่าสุด 16 ส.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ต้องขังติดเชื้อทั้งสิ้น 768 ราย และได้ดำเนินการแยกผู้ป่วยติดเชื้อมารักษาที่โรงพยาบาลสนาม ภายในเรือนจำทันที
เมื่อวันที่ 16 ส.ค. นายแพทย์นรเทพ อัศวพัชระ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระนอง รายงานข่าวสถานการณ์สำคัญเกี่ยวกับผู้ป่วยเข้าข่ายติดเชื้อโควิด-19 ภายในเรือนจำระนอง พบผู้ต้องขังติดเชื้อทั้งสิ้น 768 ราย คิดเป็นร้อยละ 46.38 พร้อมกันนี้ได้ทำการแยกกลุ่มผู้ต้องขังกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่ม 7 โรคประจำตัว ออกจากผู้ต้องขังอื่น รวมทั้งผู้ป่วยสีเขียวซึ่งไม่ปรากฏอาการให้ยาฟ้าทะลายโจร ส่วนผู้ป่วยสีเหลืองพิจารณาให้ยาฟาวิพิราเวียร์ และทางเรือนจำระนองได้นำแยกรักษาที่รพ.สนามในเรือนจำ ที่มีอยู่ประมาณ 200 เตียง

นางสุวิมล ไกรสูงเนิน ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ทางเรือนจำมีมาตรการในการแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อออกมาทันที พร้อมทั้งมีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นในเรือนจำสามารถรองรับผู้ป่วยได้ 200 ราย และมีบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลแม่ข่ายเข้ามาช่วยดูแลเต็มที่ มีการจัดระบบดูแลออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง หากผู้ป่วยรายใดพบอาการสามารถเข้าถึงแพทย์และพยาบาลได้ทันที ทั้งนี้ทางเรือนจำระนองยังคงสนับสนุนทั้งยาฟ้าทะลายโจร และยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับแนวทางปฏิบัติผู้ต้องขังรายใหม่จะนำเข้าสู่พื้นที่เรือนจำชั่วคราวบางริ้นก่อนไว้ไม่ให้เข้ามาติดเชื้อกับผู้ต้องกักภายใน และมีการตรวจหาเชื้อและทำการตรวจด้วยเครื่อง X-ray ก่อนเข้ามาภายใน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องชาวระนอง และขอให้ญาติและประชาชนไว้วางใจ ทุกภาคส่วนพร้อมให้การดูแลผู้ต้องขังในเรือนจำทุกคนให้ปลอดภัย



