เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้ศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (ศป.สอศ.) ยกระดับมาตรการป้องกันการแก้ปัญหาพฤติกรรมความรุนแรงของนักเรียนนักศึกษาอาชีวะ ให้สถานศึกษาปฏิบัติการตามหลักการ 3 ป คือ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปรามอย่างจริงจังต่อเนื่อง ตามนโยบายของนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมาตรการระยะสั้นแบบเร่งด่วน ให้สถานศึกษาเตรียมความพร้อมตามมาตรการป้องกันเหตุ ความรุนแรง อาวุธปืนและยาเสพติด ที่ตนได้มอบหมายไปแล้วเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2565 อย่างจริงจัง ให้มีการเฝ้าระวัง นักศึกษากลุ่มเสี่ยง ศิษย์เก่าหรือผู้ที่มีที่มีอิทธิพลที่ยุยงปลุกปั่น ให้สถานศึกษาร่วมกับตำรวจออกตรวจเฝ้าระวังสถานที่ตามจุดเสี่ยงเฝ้าระวังในโซเชียล โดยเฉพาะสถานศึกษาอาชีวะเอกชนบางแห่งที่เกิดเหตุซ้ำซาก เมื่อมีความผิดปกติหรือเกิดเหตุสามารถเข้าไปแก้ไขหรือระงับเหตุได้ทันท่วงทีเพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานให้ความสนใจพร้อมที่จะแก้ปัญหาอย่างทันที หากปล่อยปละละเลยเกิดเหตุขึ้นบ่อยครั้ง ตนอาจจะต้องใช้ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวต่อไปว่า หากเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นก็ให้ผู้บริหารสถานศึกษารีบประชุมร่วมกับตำรวจ ผู้ปกครอง ผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดตามมาอย่างทันที และรายงานให้ศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทราบทันที สำหรับมาตรการระยะยาว ตนก็ได้มอบสถานศึกษาดำเนินการตามหลักการ 3 ป คือ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม อย่างจริงจังต่อเนื่อง ให้ครูฝ่ายปกครอง ครูอนามัยของวิทยาลัย หัวหน้าแผนกวิชา ครูผู้สอนครูที่ปรึกษา ผู้เกี่ยวข้องร่วมสร้างปลูกฝังเรื่องความรักความสามัคคี ร่วมปลูกฝังความเสียสละ ให้ความรู้เรื่องการสร้างอนาคตและรักอนาคต เป้าหมายในการเรียน การปลูกฝังผู้เรียนให้มีความรักความสามัคคีผ่านกิจกรรมชมรม องค์การนักวิชาชีพ โดยครูต้องเป็นที่ปรึกษาดูแลใกล้ชิดกับผู้เรียน เช่น กิจกรรมพี่รักน้องห่วงดูแลน้อง แต่ไม่ใช่กิจกรรมรับน้องเหมือนที่ผ่านมา ให้สถานศึกษาลดกิจกรรมการประกวดแข่งขัน มุ่งชิงดีชิงเด่น เพราะในมุมกลับกัน เป็นการสร้างวัฒนธรรมให้คนแข่งขันแย่งชิงความเป็นใหญ่ให้ได้ชัยชนะทุกวิถีทาง



