สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพริทอเรีย ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ว่า นายโอลูเซกุน โอบาซันโจ อดีตประธานาธิบดีไนจีเรีย ในฐานะผู้แทนเจรจาพิเศษของสหภาพแอฟริกา ( เอยู ) แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลเอธิโอเปียและกองกำลังในภูมิภาคทิเกรย์ ที่อยู่ทางเหนือของเอธิโอเปีย ลงนามร่วมกันในข้อตกลง “ยุติความรุนแรงเป็นการถาวร” เพื่อฟื้นฟูความสงบและความเป็นระเบียบเรียบร้อย การปลดอาวุธอย่างสันติ การฟื้นฟูการให้บริการขั้นพื้นฐาน และการจัดการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างราบรื่น
The Ethiopian government and regional forces from Tigray agreed to cease hostilities, a dramatic diplomatic breakthrough two years into a war that has killed thousands, displaced millions and left hundreds of thousands facing famine https://t.co/zaGLqe4EtK pic.twitter.com/yReEDRvWi4
— Reuters (@Reuters) November 3, 2022
ทั้งนี้ พิธีลงนามเกิดขึ้นที่กรุงพริทอเรีย เมืองหลวงของแอฟริกาใต้ โดยคู่กรณีทั้งสองฝ่ายส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงร่วมลงนามในข้อตกลง ท่ามกลางสักขีพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง และอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหลายประเทศในแอฟริกา และทั้งสองฝ่ายต่างออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ยืนยันการปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ในข้อตกลง ขณะที่สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ร่วมแสดงความยินดี
The parties in the conflict in Ethiopia's northern region of Tigray have agreed to cease hostilities, a dramatic diplomatic breakthrough two years into a war that has killed thousands, displaced millions and left hundreds of thousands facing famine https://t.co/CACxRpeIIo pic.twitter.com/8Zv0tvG3d5
— Reuters (@Reuters) November 2, 2022
สงครามระหว่างรัฐบาลเอธิโอเปียกับ“แนวร่วมปลดปล่อยชาวทิเกรย์” ( ทีพีแอลเอฟ ) ปะทุเมื่อช่วงเดือนพ.ย. 2563 โดยรัฐบาลกลางในกรุงแอดดิสอาบาบา ของนายกรัฐมนตรีอาบีย์ อาเหม็ด อาลี กล่าวหาทีพีแอลเอฟ ซึ่งปกครองภูมิภาคทิเกรย์ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ต้องการโค่นอำนาจรัฐ จากการโจมตีฐานประจำการของทหารเอธิโอเปีย การสู้รบที่ยืดเยื้อส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,000 ราย ประชาชนมากกว่า 2.75 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย จากจำนวนดังกล่าวราว 800,000 คน อยู่ภายในความดูแลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ).
เครดิตภาพ : REUTERS



