สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่านายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า ปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านจะ “เพิ่มระดับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” พร้อมย้ำว่าแผนงานภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล จะดำเนินต่อไป
Israeli Defense Minister Israel Katz warns that the United States and Israel will intensify their strikes on Iran in the coming week starting Sunday.https://t.co/USc33KgZMS
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) March 21, 2026
กองทัพอิสราเอลเผยว่ายังมีเป้าหมายในอิหร่านเหลืออยู่อีก “หลายพันแห่ง” และได้วางแผนทำสงครามต่ออีกหลายสัปดาห์ โดยคัตซ์ยันชัดว่า “อิสราเอลจะไม่หยุดจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายของสงครามทั้งหมด”
.@POTUS on Operation Epic Fury: "We've knocked out [Iran's] navy, their air force. We've knocked out their anti-aircraft. We've knocked out everything… From a military standpoint, they're finished." pic.twitter.com/jdgM1hWsqm
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) March 20, 2026
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพิ่งกล่าวว่า สหรัฐใกล้บรรลุวัตถุประสงค์ในการทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน ทั้งคลังแสงขีปนาวุธ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และฐานการผลิตทางอุตสาหกรรม เพื่อไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ เขาจึงกำลังพิจารณาที่จะ “ลดระดับ” ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่า “ไม่ต้องการทำข้อตกลงหยุดยิง” โดยให้เหตุผลว่า “ไม่สามารถทำได้ ขณะที่กำลังบดขยี้อีกฝ่ายจนย่อยยับ” และยืนยันว่า “สหรัฐเป็นฝ่ายชนะแล้ว”.
เครดิตภาพ : REUTERS



