พนักงานฝ่ายจัดซื้อโฆษณาผู้ไม่ประสงค์ออกนามของเอเยนซี่โฆษณารายใหญ่ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า บริษัทโฆษณาของเขามีกำหนดเข้าพบปะกับ อีลอน มัสก์ ที่เพิ่งกลายเป็นเจ้าของคนใหม่ของ ทวิตเตอร์ ในสัปดาห์นี้ เพื่อสอบถามรายละเอียดแผนการกำจัดการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนแพลตฟอร์ม
กลุ่มผู้ซื้อโฆษณาของทวิตเตอร์ยังต้องการรู้ด้วยว่า มัสก์ จะจัดการอย่างไรให้พฤติกรรมการโพสต์บนทวิตเตอร์ของตัวเองสอดคล้องกับแนวทางที่เขาประกาศ รวมถึงกรณีที่เขาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดเพื่อลอบทำร้ายสามีของ แนนซี เพโลซี ประธานสภาราษฎรสหรัฐ ซึ่งยังไม่ได้มีการรับรองหรือพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริง
นอกจากนี้ยังมีหัวข้ออื่น ๆ ในการพูดคุย เช่น แผนการขึ้นราคาค่าสมาชิกของทวิตเตอร์ และเงื่อนไขที่บอกว่าสมาชิกที่จ่ายเงินจะได้เพิ่มปริมาณการโฆษณา รวมถึงบุคคลที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อประสานงานระหว่างบริษัทกับกลุ่มสปอนเซอร์ หลังจากที่หัวหน้าแผนกโฆษณาของทวิตเตอร์เพื่อจะลาออกไป เมื่อ มัสก์ เข้ามาบริหาร
คาดว่าการพบปะครั้งนี้จะมีลูกค้าชั้นนำของเอเยนซี่เข้าร่วมประชุมด้วย อย่างไรก็ตาม ทางทวิตเตอร์ หรือ มัสก์ ยังไม่ได้มีแถลงการณ์ใด ๆ ในประเด็นนี้อย่างเป็นทางการ
มัสก์ เคยโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ว่า เขาไม่ชอบการมีโฆษณาบนแพลตฟอร์มเมื่อปี 2562 และในตอนนี้ เขาก็ตกอยู่ภายใต้ความกดดันในการรักษากลุ่มสปอนเซอร์ซึ่งเป็นแหล่งรายได้มากกว่า 90% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท
มีรายงานข่าวว่าในสัปดาห์แรกหลังจากที่ซื้อกิจการของทวิตเตอร์ มัสก์ เข้ารับหน้าที่เป็นซีอีโอและเข้าพบปะพูดคุยกับกลุ่มนักลงทุนในนิวยอร์ก รวมถึงสร้างความมั่นใจให้บรรดาบริษัทที่เป็นแหล่งรายได้มากกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐของทวิตเตอร์
กลุ่มสปอนเซอร์เดิมของทวิตเตอร์หลายรายรอดูท่าทีของ มัสก์ และแผนการที่ชัดเจน บางรายชะลอการซื้อโฆษณาบนทวิตเตอร์ไว้ก่อน ขณะที่บางรายก็ถอนการเป็นสปอนเซอร์ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว หลังจากที่เกิดสถานการณ์ยุ่งเหยิงก่อนจะมีการปิดดีลซื้อขายกิจการ รวมถึงมีบางรายที่ไม่พอใจและกังวลถึงปัญหาการเผยแพร่คอนเทนต์เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กบนทวิตเตอร์
แอลลี วัสซัม ผู้อำนวยการด้านโซเชียลมีเดียของแบรนด์รองเท้าชื่อดัง ‘Jordan’ ในเครือไนกี้ ให้ความเห็นว่า ถ้า มัสก์ ไม่ยอมจ้างคนใหม่ ๆ มารับตำแหน่งผู้นำของบริษัทเพื่อคอยดูแลให้แพลตฟอร์มปลอดจากการเผยแพร่วาทกรรมแห่งความเกลียดชัง ทวิตเตอร์ก็จะถูกมองว่าไม่ใช่แพลตฟอร์มที่เหมาะสมสำหรับการลงโฆษณาสินค้า
ทางด้าน มัสก์ เพิ่งจะโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์เมื่อคืนวาน โดยเป็นการสร้างโพลเพื่อสอบถามผู้ใช้งานว่า กลุ่มบริษัทที่ลงโฆษณาควรสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก หรือควรสนับสนุนการคำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสมในการแสดงออก ซึ่งมีผู้เข้ามากดโหวตมากกว่า 1 ล้านราย ซึ่ง 80% ของจำนวนผู้โหวตระบุว่า “ควรสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออก”
เครดิตภาพ : REUTERS



