สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่า นายมิไคโล โพโดลยัก ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลเคียฟไม่เคยปฏิเสธการเจรจากับรัฐบาลมอสโก เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 8 เดือน อย่างไรก็ตาม ยูเครนยังคงยืนกรานข้อเรียกร้องเดิม นั่นคือ กองทัพรัสเซียต้องถอนทหารและสรรพาวุธทั้งหมดกลับออกไปด้วย


เกี่ยวกับการที่เซเลนสกีกล่าวเมื่อปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาว่า “การพบหารือกับรัฐบาลมอสโก ต้องไม่ใช่การที่รัสเซียมีประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นผู้นำรัสเซียอีกต่อไป” โพโดลยัก “ชี้แจง” ว่าเป็นเพราะจนถึงตอนนี้ ปูติน “ไม่มีความพร้อมและไม่มีความต้องการ” เจรจากับรัฐบาลเคียฟ ยูเครนจึงมองว่า การเจรจากับ “ผู้นำรัสเซียคนต่อไป” น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ “สร้างสรรค์กว่า”


ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตัน โพสต์ ของสหรัฐ รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตัน ว่ามีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเคียฟ ในเชิงโน้มน้าวให้มีการ “ส่งสัญญาณความพร้อม” ของการเจรจากับรัสเซีย และขอให้ยูเครน “ถอนคำพูด” ว่าจะไม่พบหารือกับรัฐบาลมอสโก ตราบใดที่ปูตินยังคงเป็นผู้นำรัสเซีย


อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเน้นว่า ท่าทีดังกล่าวของสหรัฐไม่ใช่การผลักดันให้ยูเครนเข้าสู่กระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการ แต่เป็นความพยายาม “ที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว” ว่าจะยังคงช่วยให้ยูเครนได้รับความสนับสนุนจากนานาชาติต่อไป เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงมากที่การสู้รบจะยืดเยื้อ “นานอีกหลายปี”.

เครดิตภาพ : REUTERS