ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน และด้านความมั่นคง ประชุมหารือที่ห้องทํางานชั้น 2 บนตึกไทยคู่ฟ้า ประกอบด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรคำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการ ศรชล. นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พล.ต.อ.ธัธชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต
โดยมีการหารือถึงสถานการณ์การกักตุนน้ำมันหลายจุดในประเทศ โดยเฉพาะพบบริษัทค้าน้ำมันรายใหญ่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ส่อจะมีการกักตุนน้ำมัน รวมถึงการลักลอบการเดินเรือส่งน้ำมันไปยังกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้นายกฯ ได้เรียกนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ในฐานะเตรียมปฏิบัติหน้าที่ รมว.พลังงาน เข้ามารับฟังรายงานสถานการณ์ด้วย ก่อนจะเข้าทำหน้าที่ รมว.พลังงาน อย่างเป็นทางการ ภายหลังถวายสัตย์ปฏิญาณ และแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดี (ดีเอสไอ) แถลงว่า การกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันมีหลายลักษณะ ทั้งน้ำมันหายกลางทะเล และการลักลอบส่งออกน้ำมัน อาจจะต้องใช้เวลาตรวจสอบ สิ่งที่พบมูลความผิด คือ เรื่องการกักตุนน้ำมัน โดยกฎหมายได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าห้ามผู้ประกอบการปฏิเสธการจำหน่าย หรือ ชะลอเวลาการจำหน่ายน้ำมัน แม้แต่ประวิงเวลาการขนส่ง อย่างการเดินทางขนส่งปกติ 2 วัน เพิ่มเป็น 5 วัน ถือว่าเป็นการประวิงเวลาส่งมอบสินค้า ทำให้กระทบกับความสงบเรียบร้อยและระบบเศรษฐกิจการคลัง
“จะขยายผลในการทำผิดทุกเรื่อง แต่ประเด็นที่รับเป็นคดีพิเศษ จะยึดจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งจะขยายผลต่อไป และเมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้ว จะสามารถตั้งหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมสอบสวนในคดีพิเศษ ซึ่งจะร่วมบูรณาการกันอย่างเต็มที่”



