เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เปิดเผยกับ “เดลินิวส์” ถึงกรณีข้อมูลส่วนบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐรั่วไหล ทำให้มีข้อมูลบุคคลสำคัญเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ว่า สกมช.เตรียมเดินหน้ายกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของหน่วยงานภาครัฐครั้งใหญ่ โดยจะเข้าตรวจสอบ สำรวจ และปรับปรุงระบบไอทีของหน่วยงานรัฐ 300 กรมทั่วประเทศ ใน 30 วัน เพื่อแก้ปัญหาข้อมูลภาครัฐหลุดที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันระบบไอทีของภาครัฐจำนวนมาก โดยเฉพาะระบบเก่าที่พัฒนาขึ้นมาเป็นเวลานาน ยังคงใช้ระบบการล็อกอินด้วย Username และ Password เพียงอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนสำคัญและเป็น ต้นเหตุหลักที่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีนำพาสเวิร์ดที่รั่วไหลจากระบบอื่น ๆ มาทดลองเข้าถึงระบบของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต
“ใน 300 กรมของหน่วยงานภาครัฐ แต่ละกรมมีระบบงานย่อยนับร้อยระบบ จะต้องได้รับการสํารวจและตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบระบบเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วแต่ยังคงเปิดทิ้งไว้จะต้องทำการยกเลิก ส่วนระบบที่ยังจำเป็นต้องใช้งาน จะต้องได้รับการปรับปรุงยกเครื่องมาตรการการเข้าถึงใหม่ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลซ้ำรอยในอนาคต โดยจะยึดหลัก มาตรการการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA) ให้เป็นมาตรฐานบังคับใช้ในหน่วยงานรัฐทั้งหมด โดยจะยกเลิกการใช้พาสเวิร์ดเพียงชั้นเดียว และเปลี่ยนไปใช้ระบบที่มีเงื่อนไขความปลอดภัยสูงขึ้น เช่น ไทยไอดี ฯลฯ”



