พาล์เมอร์ ลัคกี อดีตผู้สร้างสรรค์อุปกรณ์ VR เฮดเซ็ต Oculus ซึ่งกลายเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับการเข้าสู่ ‘เมตาเวิร์ส’ ของ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ไปแล้ว โพสต์ข้อความในเว็บบล็อกของเขาเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2565 ว่า เขาเพิ่งทำการดัดแปลงอุปกรณ์สวมศีรษะดังกล่าวให้สามารถระเบิดตัวเองได้ เมื่อผู้สวมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการเล่มเกมผ่านเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเท่ากับเป็นการปลิดชีวิตของผู้สวมอุปกรณ์ไปด้วย

ในโพสต์ของเขา ลัคกี เขียนไว้ว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจจากอุปกรณ์การเล่นเกมสุดโหดนี้จากซีรี่ส์อนิเมะเรื่องดัง ‘Swords Art Online’ ซึ่งจะมีอุปกรณ์สวมศีรษะเรียกว่า ‘NerveGear’ ที่ตัวละครในซีรี่ส์ใช้เพื่อเข้าสู่โลกดิจิทัลในเรื่อง และถ้าหากเกิดอันตรายขึ้นกับพวกเขาในโลกเสมือนจริง ตัวละครเหล่านี้ก็จะตายในชีวิตจริงเช่นกัน 

แต่ความแตกต่างระหว่างอุปกรณ์ของเขากับ NerveGear ก็คือ เขายังหาทางเอาชีวิตคนที่สวมอุปกรณ์ด้วย “คลื่นไมโครเวฟพลังสูง” เหมือนในอนิเมะไม่ได้ จึงเปลี่ยนมาใช้วัตถุระเบิดแทน โดยเขาอธิบายว่า ถ้าหากมีสถานการณ์ในเกมที่ “ผิดปกติ” อุปกรณ์สวมศีรษะชุดนี้จะส่งกระแสไฟเข้าไปชาร์จระเบิดและทำลายสมองของผู้สวมใส่

ขณะนี้ อุปกรณ์ VR ของ ลัคกี ยังคงอยู่ในขั้นทดลองเท่านั้น และยังต้องปรับแก้อีกมากเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด เช่น เปิดสวิตช์ระเบิดสมองผิดจังหวะ ซึ่งทำให้แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่กล้าทดลองใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้

ลัคกี ยังเชื่อมั่นว่านี่เป็นอุปกรณ์ VR ชิ้นแรกในโลกแห่งความจริงที่สามารถฆ่าผู้สวมใส่พร้อมกับในเกมได้ และคิดว่าจะไม่ใช่ชิ้นสุดท้ายอย่างแน่นอน

ลัคกี ขายบริษัท Oculus ให้เฟซบุ๊กไปในมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2557 และออกจากบริษัทในอีก 3 ปีต่อมา ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์ออกสื่อว่า เขา “โดนไล่ออกโดยไม่มีเหตุผล” และสันนิษฐานว่าเป็นเพราะคิดเห็นแตกต่างกันทางการเมือง ขณะที่ทาง เมตา อิงค์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ ลัคกี และอ้างว่าการลาออกของเขาไม่เกี่ยวข้อกับทัศนคติทางการเมืองของเจ้าตัว.

แหล่งข่าว : businessinsider.com

เครดิตภาพ : Palmer Luckey