สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมานามา ประเทศบาห์เรน เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ว่า บาห์เรนจัดการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ทั้ง 40 ที่นั่ง เพื่อทำหน้าที่ถวายคำปรึกษาและข้อคิดเห็นด้านนิติบัญญัติ แก่สมเด็จพระราชาธิบดีฮาหมัด พระชนมพรรษา 72 พรรษา และทรงปกครองราชอาณาจักรแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2542 และมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาระดับเทศบาลอีกจำนวนหนึ่งด้วย

ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่คูหาแห่งหนึ่ง ในกรุงมานามา


ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครมากกว่า 330 คน เฉพาะการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจำนวนดังกล่าว 73 คน เป็นผู้หญิง ถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2561 ซึ่งมีผู้สมัครเป็นหญิง 41 คน


ขณะที่เมื่อปิดหีบเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งรายงานสถิติผู้ออกมาใช้สิทธิในเบื้องต้น อยู่ที่ 73% ทำลายสถิติ 67% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

แผ่นป้ายหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในบาห์เรน


อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าสู่ช่วงหาเสียง รัฐบาลบาห์เรนซึ่งเป็นชาวสุหนี่ ห้ามพรรคฝ่ายค้านหลักสองพรรค ซึ่งเป็นชาวชีอะห์ส่งผู้สมัคร และการไม่มีกำหนดประกาศผลการเลือกตั้งอย่างชัดเจน เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ “ไม่มีทาง” เป็นการเลือกตั้ง “ที่โปร่งใสและยุติธรรม” เนื่องจาก “ไม่มีความหลากหลาย”


ด้านกระทรวงการต่างประเทศของบาห์เรนยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับเสียงวิจารณ์ดังกล่าว อนึ่ง บาห์เรนเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของสหรัฐในตะวันออกกลาง เป็นที่ตั้งฐานทัพของกองเรือที่ 5 ทว่าบาห์เรนกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยมูลค่าหนี้สาธารณะสูงถึง 129% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) เมื่อปี 2564.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES