สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ว่า ตามข้อมูลของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ซีเรียมีรายงานผู้ป่วยที่สงสัยอาจเป็นอหิวาตกโรคมากกว่า 35,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ได้รับการตรวจหาเชื้อเพียงประมาณ 2,500 คน โดยเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนข้างต้น ยืนยันมีผลเป็นบวก
นายซูแฮร์ อัล-ซาห์วี หัวหน้าแผนกโรคติดต่อและโรคเรื้อรังของกระทรวงสาธารณสุขซีเรีย กล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยใหม่รายวันมีการชะลอตัว ซึ่งกระทรวงบันทึกตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้ว 46 ราย อันเป็นผลมาจากความล่าช้า ในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล และได้ขอวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ)
Watch: Poor access to safe water has exacerbated a #cholera outbreak rampaging across #Syria’s war-battered provinces, where local authorities are struggling to contain the spread with chlorine tablets and vaccines.https://t.co/bmEPyqoLH6 pic.twitter.com/aUW9iuFBTq
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) November 11, 2022
ตามข้อมูลของดับเบิลยูเอชโอ ผู้ป่วยของซีเรียมีความเชื่อมโยงกับการระบาดอย่างรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังปากีสถาน, อิหร่าน, อิรัก, ซีเรีย และเลบานอน
อนึ่ง ท่อส่งน้ำและสถานีสูบน้ำหลายแห่งของซีเรียได้รับความเสียหายจากสงครามมานานกว่า 10 ปี อีกทั้งภัยแล้งในปีนี้ยังทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยูเฟรติสต่ำลง ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียของอหิวาตกโรคเริ่มขยายพันธุ์และแพร่กระจายออกไป
อย่างไรก็ตาม กรุงดามัสกัสยังคงมีการป้องกันโรคที่ค่อนข้างดี โดยจำนวนผู้ป่วยสูงสุดที่มีการบันทึกไว้อยู่ในจังหวัดเดียร์ เอซซอร์ ทางตะวันออกของซีเรีย ตลอดจนจังหวัดรอกเกาะห์ และจังหวัดอเลปโป ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นบริเวณที่พึ่งพาแม่น้ำยูเฟรติสมากที่สุด
แม้หน่วยงานต่าง ๆ ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จะส่งน้ำไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และจ่ายยาเม็ดฆ่าเชื้อเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่เพื่อเป็นการรักษาความพยายามของพวกเขา ยูนิเซฟ กล่าวว่า ยังคงต้องการเงินทุนราว 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 322 ล้านบาท) เพื่อดำเนินการต่อไปจนถึงสิ้นปี.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



