สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี กล่าวระหว่างการเยือนสิงคโปร์ เมื่อวันจันทร์ว่า เยอรมนีมีความมุ่งมั่นส่งเสริมความร่วมมือกับกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในทุกมิติที่สำคัญ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและการค้า ผ่านความร่วมมือระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) กับสหภาพยุโรป ( อียู )
Olaf Scholz is in Singapore ????????as the first sitting ????????chancellor to attend #apk, the Asia-Pacific conference of German business. Uses opportunity to urge business leaders to diversify, and not just rely on China. Dependency on ???????? is causing growing headache for Berlin. #taiwan pic.twitter.com/NQY0xNWwix
— Nina Haase-Trobridge ???????? (@NinaHaase) November 14, 2022

ทั้งนี้ ผู้นำเยอรมนี กล่าวว่า การแตกแกนทางการค้าเพื่อแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสม สำหรับความร่วมมือ และเพื่อความมั่นคงของประเทศในระยะยาว เยอรมนีจำเป็นต้องแสวงหาหนทางบรรเทาความเสี่ยง ที่รวมถึงการลดการพึ่งพิงเฉพาะบางประเทศ หรือบางเขตเศรษฐกิจในด้านเทคโนโลยีอย่างจำเพาะเจาะจง
…and he bumps into a group of unusually enthusiastic tourists from Wuppertal, Germany, who are going crazy about meeting the chancellor in Hanoi ???? pic.twitter.com/2eDiV4wBbi
— Michael Nienaber (@mcnienaber) November 13, 2022
Germany's Scholz visits Vietnam as manufacturers eye shift from China https://t.co/I511I59EOj pic.twitter.com/QlPfp6m5vt
— Reuters (@Reuters) November 13, 2022
ก่อนหน้าการเยือนสิงคโปร์ โชลซ์เยือนกรุงฮานอย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นผู้นำเยอรมนีคนแรกในรอบนานกว่า 1 ทศวรรษ ซึ่งเดินทางมายังเวียดนาม โดยโชลซ์พบหารือกับนายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ เกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทาน ที่เวียดนามมีบทบาทมากขึ้นในการเป็นฐานการผลิตสินค้าหลายชนิด และส่งออกจากภูมิภาคแห่งนี้ จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีนอกเหนือจากจีน

โชลซ์ กล่าวว่า รัฐบาลเยอรมนีพร้อมเพิ่มความสนับสนุนให้แก่เวียดนาม ในด้านการจัดการเศรษฐกิจสีเขียว และการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่รวมถึงการขยายโครงข่ายระบบรถรางไฟฟ้าออกจากกรุงฮานอย
ปัจจุบัน เยอรมนีถือเป็นประเทศจากยุโรป ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของเวียดนาม รองจากเนเธอร์แลนด์ โดยมูลค่าการค้าเมื่อปีที่แล้วอยู่ที่ 7,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 279,130.80 ล้านบาท ) อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวยังถือว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับ มูลค่าการค้าระหว่างเวียดนามกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



