กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) และหน่วยงานกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐ (CFTC) ร่วมกันดำเนินการสืบสวนการจัดการเงินลงทุนจากลูกค้าของบริษัทในกลุ่มกระดานเทรดคริปโตฯ FTX เมื่อกองทุน Alameda ซึ่งเป็นบริษัทเทรดดิ้งทรัพย์สินดิจิทัลในความดูแลของ แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ ประธานบริหาร FTX ยื่นขอล้มละลาย และจากสถานการณ์ที่เห็นได้ชัดว่า FTX กำลังเผชิญปัญหารการขาดสภาพคล่อง หลังจากที่ใช้เงินลงทุนของลูกค้ามาช่วยประคับประคองธุรกิจกองทุน Alameda

การสืบสวนของ SEC สหรัฐ ยังมุ่งเป้าหมายไปที่ทีมผู้บริหารของ FTX ซึ่งเป็นผู้ดูแลเงินลงทุนของลูกค้า รวมถึงความเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์ที่ขัดต่อกฎหมายความมั่นคงของประเทศ อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานทีมอัยการรัฐในแมนฮัตตัน, ทาง SEC และ CFTC ยังคงปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นอย่างเป็นทางการในกรณีนี้ เช่นเดียวกับทาง FTX

FTX เพิ่งยื่นขอสถานะล้มละลาย หลังจากที่ไม่สามารถตกลงการซื้อขายกิจการกับทาง Binance ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญได้ รวมทั้งทางการสหรัฐเริ่มเข้ามาตรวจสอบการจัดการเงินลงทุนของลูกค้าในบริษัทและกิจกรรมการกู้ยืมคริปโตฯทั้งหมดของบริษัท

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีรายงานข่าวว่ามูลค่าเงินลงทุนของลูกค้าในความดูแลของ FTX หายไปอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลลาร์สหรัฐ (ราว 35,720 ล้านบาท) 

การล่มสลายของกระดานเทรดคริปโตฯ FTX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทรดคริปโตฯที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก คือปัญหาที่สร้างความปั่นป่วนครั้งล่าสุดแก่นักลงทุนในแวดวงสกุลเงินคริปโตฯของปีนี้ ภาพรวมของตลาดคริปโตฯกำลังเข้าสู่จุดวิกฤติอย่างเห็นได้ชัด โดยมีหลายบริษัทใหญ่ทยอยกันล้มละลาย เช่น บริษัทโบรกเกอร์คริปโตฯ Voyager Digital และบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มการให้กู้ยืมเงินคริปโตฯ Celsius Network

เครดิตภาพ : REUTERS