สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการทำสงครามกับอิหร่านว่า “ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนที่จะยุติสงคราม” แต่ “เวลาสำหรับอิหร่านกำลังจะหมดแล้ว” พร้อมเสริมว่า กองทัพอิหร่านถูกทำลายไปแล้ว และ “ผู้นำของอิหร่านหลายคนไม่อยู่แล้ว” ขณะเดียวกัน “มาตรการปิดล้อมนั้นแน่นหนาและแข็งแกร่ง” ดังนั้น สถานการณ์ของอิหร่านมีแต่จะยิ่งเลวร้ายลง
.@POTUS: I took Iran out military in the first four weeks. Now, all we're doing is sitting back and seeing what deal is made… I don't want to rush myself. The media says, "Trump is under time pressure" — I'm not, no. You know who's under time pressure? They are. pic.twitter.com/bDzM6b2eb9
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 23, 2026
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ตัดประเด็นการใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีอิหร่านออกไป โดยให้เหตุผลว่า สหรัฐสามารถจัดการอีกฝ่ายให้ราบคาบโดยใช้วิธีปกติ และ “อาวุธนิวเคลียร์ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ใครก็ตามนำมาใช้” สหรัฐจึงพยายามทำให้อิหร่านเป็นประเทศที่ “ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์” ที่จะนำไปใช้ทำลายเมืองใดเมืองหนึ่งของสหรัฐ หรือทำลายทั้งตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม สหรัฐเป็นประเทศเดียวบนโลกที่เคยใช้อาวุธนิวเคลียร์สงคราม โดยมีการทิ้งระเบิดปรมาณู ทำลายเมืองฮิโรชิมาและนางาซากิของญี่ปุ่น ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันประมาณ 214,000 ราย.
เครดิตภาพ : AFP



