เมื่อวันที่ 21 พ.ค. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. สั่งการให้ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายยาและเครื่องมือแพทย์ออนไลน์ ในพื้นที่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลางรวม 67 รายการ จำนวนกว่า 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ช่วยสืบสวนแหล่งจำหน่ายยาสำหรับฉีดเสริมความงามที่ไม่มีทะเบียน เช่น โบท็อกซ์ และยาชา ซึ่งหากนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า อาจไม่เกิดผลตามต้องการ อีกทั้งเสี่ยงต่อการแพ้หรือเกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้ใช้บริการ

จากการสืบสวนพบว่า มีร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ลักลอบใช้เป็นสถานที่เก็บและกระจายผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ ทั้งที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียน ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยสินค้าส่วนใหญ่เป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงาม อาทิ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ยาชา วิตามิน และปากกาลดน้ำหนัก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ. นำหมายค้นศาลอาญามีนบุรีเข้าตรวจค้นร้านกาแฟดังกล่าว พบเครื่องมือแพทย์และยาเป็นจำนวนมาก ทั้งประเภทที่จดทะเบียนถูกต้องแต่จำหน่ายในสถานที่ไม่ได้รับอนุญาต และประเภทที่ไม่มีทะเบียน เช่น ฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic Acid, Botox, Nabota, Aestox, Hutox, Xeomin, Mounjaro รวมถึงยาชาแบบครีม วิตามินฉีดผิว และอุปกรณ์สำหรับแพ็กสินค้าเตรียมจัดส่งให้ลูกค้า รวมของกลางทั้งหมด 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

สอบสวน ผู้จำหน่ายรับว่า ประกอบธุรกิจคลินิกเสริมความงามควบคู่กับร้านกาแฟ โดยใช้ชื่อคลินิกของตนเองเป็นช่องทางสั่งซื้อยาและเครื่องมือแพทย์ ก่อนนำมาเก็บไว้ภายในร้านกาแฟ และเปิดขายผ่านออนไลน์ ให้พนักงานร้านช่วยแพ็กสินค้า ส่งผ่านไรเดอร์และบริษัทขนส่งเอกชน กระจายไปยังคลินิกเสริมความงามทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดกว่า 50 แห่ง ทำมาแล้วประมาณ 2 ปี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ยา ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา, ขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน”

ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า หลังจากนี้จะประสานบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เข้าตรวจสอบว่าของกลางที่ยึดได้มีสินค้าปลอมหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีให้ครอบคลุมทุกมิติ พร้อมฝากเตือนประชาชนที่ต้องการเสริมความงาม ควรเลือกใช้บริการสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และตรวจสอบเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ อย. หรือแอป “หมอพร้อม” ทุกครั้ง เพราะการฉีดผลิตภัณฑ์เถื่อนอาจทำให้เสียโฉมหรืออันตรายถึงชีวิตได้

ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตัดวงจรยาและเครื่องมือแพทย์เถื่อนที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่ธุรกิจความงาม โดยสถานที่จัดเก็บดังกล่าวไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิหรือมาตรฐานการเก็บรักษาเวชภัณฑ์ตามกฎหมาย เมื่อถูกนำไปใช้ อาจทำให้ยาเสื่อมคุณภาพ เกิดอาการแพ้รุนแรง เสียโฉม หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

พร้อมกันนี้ยังฝากเตือนผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงาม อย่าเห็นแก่สินค้าราคาถูกหรือสั่งยาจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือเพื่อลดต้นทุน เพราะเท่ากับนำชีวิตผู้ป่วยไปเสี่ยงอันตรายโดยตรงอีกด้วย.