สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่าสำนักงานตำรวจเมืองซานดิเอโก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย รายงานการเกิดเหตุกราดยิงภายในศูนย์อิสลามซานดิเอโก ซึ่งเป็นมัสยิดใหญ่ที่สุดในพื้นที่ใกล้กับชายแดนเม็กซิโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย หนึ่งในนั้นคือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศูนย์

ไม่นานหลังจากนั้น ตำรวจพบศพวัยรุ่นชาย 2 คน อายุ 17 ปี และ 19 ปี อยู่ภายในรถยนต์ซึ่งจอดอยู่กลางถนน มีรูปพรรณสัณฐานสอดคล้องกับคำให้การของพยาน ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ และในเบื้องต้นพบว่าเป็นการปลิดชีพตัวเอง
Scores of law enforcement officers responded to a shooting at the Islamic Center of San Diego, the region's largest mosque, where police say at least three victims were killed https://t.co/dDQjqqhwhE pic.twitter.com/g1tp6sowqH
— Reuters (@Reuters) May 18, 2026
ขณะที่ตำรวจในพื้นที่และสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) กำลังร่วมกับสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์นี้ในฐานะ “อาชญากรรมจากความเกลียดชัง” แม้ยังคงต้องตรวจสอบแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุทั้งสองคน

แม้เหตุรุนแรงจากอาวุธปืนจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในสหรัฐ แต่ชุมชนชาวมุสลิมและชาวยิวในประเทศแห่งนี้ต่างมีความวิตกเพิ่มขึ้น เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งยิดเยื้อตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุชายชาวอเมริกันเชื้อสายเลบานอนวัย 41 ปี ขับรถบรรทุกพุ่งชนโบสถ์ยิวขนาดใหญ่ที่สุดในรัฐมิชิแกน แล้วเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่คนร้ายถูกตำรวจวิสามัญในที่เกิดเหตุ.
เครดิตภาพ : REUTERS



