กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาชาวเน็ตถึงกับอ้าปากค้างจับต้นชนปลายไม่ถูก เมื่อโลกออนไลน์มีการแชร์และย้อนดูคลิปรายการ “ปั๊มหัวใจ มหาชนTalk ใน EP.7” ของนักอนุรักษ์หนุ่มโปรไฟล์หรู “ทราย–สิรณัฐ สก๊อต” หรือ “ทราย สมุทร” ที่เคยออนแอร์ไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องราวชีวิตจริงที่พรั่งพรูออกจากปากของเขานั้น บีบหัวใจและดราม่ายิ่งกว่าบทละครหลังข่าว โดยเฉพาะทัศนคติและบาดแผลในครอบครัวใหญ่

โดยช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ หนุ่มทรายได้เปิดเผยถึงเรื่องราวสุดช็อกที่ไม่มีใครเคยคาดคิดเกี่ยวกับปฏิกิริยาของผู้เป็นแม่ ในวันที่ตนเองพร้อมจะเปิดเผยตัวตนว่าเป็น LGBTQ+ รวมถึงเรื่องราวสะเทือนใจในวัยเด็กที่เคยถูกล่วงละเมิด ซึ่งคำตอบของคนเป็นแม่ในวันนั้นกลายเป็นตราบาปที่เจ้าตัวจำไม่ลืม ซึ่งทรายเผยว่า
“เรื่องบาร์บี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะคุณตาเป็นคนเลี้ยงทรายมา เขารู้อยู่แล้วว่าทรายมีความเป็นเกย์ แต่เราอยู่ตระกูลใหญ่ เขารู้สึกยังไงที่มีสมาชิกเป็น LGBTQ เป็นมุมที่น่าสนใจมาก แนวคิดว่าเป็นคนจากตระกูลดังแล้วเป็น LGBTQ มันทำให้ตระกูลดูไม่ดี ในมุมนี้เป็นมุมที่ทรายไม่เคยคิดเลย ทรายเลยอยากรู้ ซึ่งทรายคิดว่าทรายกับคุณตามีมุมมองคล้ายๆ กัน
ในความเป็นผู้ชาย มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าการแต่งงานกับผู้หญิง แต่มันขึ้นอยู่กับการยึดหลักจรรยาบรรณ และการเป็นผู้ชายจริงๆ คุณควรจะมีพลังที่จะห้ามกิเลสตัวเองได้ คนที่ดูแลคนอื่นได้ คนที่กล้าที่จะลุกขึ้นมาสู้ ทำสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งทรายคิดว่าผู้ชายที่แต่งงานกับผู้หญิงไม่สามารถลุกขึ้นมาทำเรื่องพวกนี้ได้
แล้วด้วยความเป็นผู้ชายของหลายคนที่อยู่ในสังคม มันอาจจะไม่ถูก ทรายเห็นผู้ชายหลายคนที่แต่งงานกับผู้หญิง แล้วก็ไปมีเมียน้อย ทรายคิดว่ามีเมียน้อย ไม่ใช่ผู้ชายที่แท้จริง เพราะคุณเป็นคนที่ห้ามกิเลสตัวเองไม่ได้ หรือทำอะไรที่เห็นแก่ตัว ไม่ช่วยสังคมจริงๆ มันไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ชายแท้ ทรายคิดว่ามันเป็นพฤติกรรมของคนเห็นแก่ตัว

คุณแม่ของทรายไม่ยอมรับ แม่ไม่ยอมรับ ทรายจำได้ แต่เรื่องนี้อาจจะช็อกสำหรับทุกคน ตอนนั้นเราพร้อมที่จะเล่าให้แม่ฟังว่าเราเป็นอะไร วันที่ทรายโดนทำร้ายจากพี่เลี้ยงตอนเด็กๆ สิ่งแรกที่แม่เขาถาม ก่อนที่เขาจะรู้ว่าเป็นเรื่องนี้ เขาถามว่า ทรายจะมาบอกเขาใช่ไหม ว่าทรายเป็นเอดส์ เพราะเขาคิดว่า คนที่เป็น LGBTQ ยังไงก็ต้องเป็นโรคเอดส์ ทรายเลยให้คำตอบนี้ ให้ทุกคนรู้สึกเองว่าเขาเข้าใจยังไงกับสิ่งที่ทรายเล่าไป นอกจากนั้น บาร์บี้ไม่ใช่สิ่งที่แม่ซื้อให้ แต่เป็นคนรอบข้างเป็นคนซื้อให้ คุณตา น้าๆ เป็นคนซื้อให้
แต่ทรายโชคดี ตั้งแต่เด็กแล้ว สัญชาตญาณทรายลึกๆ แล้ว คุณจะห้ามอะไรที่คุณชอบจริงๆ มันไม่ได้ ล่าสุดทรายก็ไปเปลี่ยนสีรถเป็นสีชมพู คนเราเปลี่ยนสิ่งที่เราชอบไม่ได้ ทำไมเราไม่ชอบสิ่งพวกนี้ มันคือสิ่งที่เราชอบ มันแปลกมากเลย ที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งจะกังวลกับเด็กที่เล่นบาร์บี้ เพราะทรายคิดว่าคุณน่าจะมีปัญหามากกว่า เพราะว่าคุณเป็นผู้ใหญ่แล้ว แล้วจะมาอะไรกับเด็กที่เล่นของเล่น
ตอนเขียนในเฟซฯ ว่าโดนพี่เลี้ยงข่มขืน ผมไม่ได้มีความหวัง ในการที่คนรอบข้างจะช่วยแก้ปัญหา ผมก็เลยเขียนระบายความรู้สึก ว่าโลกหรือสังคมไม่ได้สิ้นหวังกับสิ่งที่มีมา เพราะว่าโลกนี้มันมีความถูกต้อง คนอื่นก็มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องผิดอย่างที่ทรายมอง และการเขียนแบบนี้ไม่ได้มีเหตุผลอะไร นอกจากเป็นการบำบัดตัวเอง
ทรายคิดว่าบุคคลที่โดนกระทำแล้วไม่ควรพูด หรือไม่กล้าที่จะพูด ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่สิ่งที่เราผิดเอง แต่จริงๆ คนที่กล้าทำ ควรให้คนอื่นรู้ ว่าคุณทำอะไร กล้าทำเรื่องเลวๆ สมควรให้สังคมรู้ว่าคุณเป็นคนเลว หลายอย่างนะที่คนเลวๆ ทำในสังคม เพราะว่าไม่มีคนไปเปิดเผยเขา เขาคิดว่าเขาทำต่อได้ และการที่ผมเขียน ผมก็อยากเตือน สั่งสอนเด็กด้วยว่าถ้าคุณเจอแบบนี้ คุณควรเอาตัวรอดอย่างไร”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ปั๊มหัวใจ มหาชนTalk



