เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ท่ามกลางปัญหาฝนทิ้งช่วงที่ส่งผลกระทบต่อชาวนาในหลายพื้นที่ แต่สำหรับเกษตรกรในหมู่ 3 ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี กลับพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่นาขนาดเพียง 5 งาน มาปลูกถั่วฝักยาว สร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละ 30,000–40,000 บาท และในช่วงที่ราคาผลผลิตปรับตัวสูง สามารถทำรายได้พุ่งถึง 60,000–70,000 บาทต่อเดือน นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรในการปรับตัวรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

โดย นายบันเทิง อยู่หนองฉาง อายุ 64 ปี เกษตรกรผู้ปลูกถั่วฝักยาว เปิดเผยว่า หลังจากตัดสินใจเลิกทำนาและหันมาปลูกถั่วฝักยาว ยอมรับว่ามีรายได้ดีกว่าการทำนาอย่างเห็นได้ชัด โดยแปลงถั่วฝักยาวที่ปลูกอยู่ในขณะนี้ อีกประมาณ 3–4 วันก็จะสามารถเริ่มเก็บผลผลิตได้ ซึ่งจะเก็บได้ประมาณ 6–7 มัดใหญ่ แต่ละมัดมีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ปัจจุบันราคาจำหน่ายอยู่ที่มัดละกว่า 140 บาท

สาเหตุที่หันมาปลูกถั่วฝักยาว เนื่องจากการทำนาในช่วงนี้ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้ต้นข้าวที่ปลูกไว้จำนวนมากยืนต้นตาย ต่างจากถั่วฝักยาวซึ่งเป็นพืชใช้น้ำน้อย หากมีแหล่งน้ำสำรองในสระก็สามารถปลูกได้ตลอด และใช้พื้นที่เพียง 5 งานก็สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

สำหรับเงินลงทุนครั้งแรกอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท ใช้สำหรับจัดซื้อเสา หลัก ตาข่าย ผ้ายางคลุมดิน และระบบสายน้ำ ซึ่งอุปกรณ์ส่วนใหญ่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายรอบจนกว่าจะชำรุด ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว เมื่อถั่วฝักยาวเริ่มให้ผลผลิต จะสามารถเก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องประมาณ 1 เดือน โดยมีรายได้เฉลี่ยวันละมากกว่า 1,000 บาท ส่งผลให้มีรายได้รวมเฉลี่ยเดือนละ 30,000–40,000 บาท และหากช่วงใดราคาถั่วฝักยาวปรับตัวสูง ก็สามารถสร้างรายได้ถึงเดือนละ 60,000–70,000 บาท ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกรในการปรับตัวสู้ปัญหาภัยแล้งและสภาพอากาศที่แปรปรวน พร้อมสร้างรายได้ที่มั่นคงมากกว่าการทำนาในปัจจุบัน.