เมื่อวันที่ 18 ก.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง, พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5, พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. กทม. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ป.ป.ส. กทม., นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ยาเสพติด บช.น. (ศอ.ปส.บช.น.), สืบ บก.น.1 และสน.ห้วยขวาง เปิดปฏิบัติการทลาย “ผับลับอัปยา” หลังนำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา รวม 11 ราย

ตรวจยึดของกลาง ยาอี (MDMA) 224 เม็ด ยาไอซ์ 51.16 กรัม โคเคน 3.83 กรัม เคตามีน 326.24 กรัม หัวพอตเค 19 หัว บุหรี่ไฟฟ้า 38 ตัว เงินสด 91,000 บาท แหวน 2 วง และพระพร้อมกรอบลักษณะคล้ายทอง 1 องค์ มูลค่าประมาณ 300,000 บาท
สืบเนื่องจากกรณีเหตุเพลิงไหม้ร้านเหล้าชื่อดังย่านลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ทำการตรวจสอบสถานบริการในพื้นที่นครบาล กระทั่งได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.วรศักดิ์ ผบก.น.1 ว่ามีผับแห่งหนึ่งซึ่งมีนามเรียกขานเฉพาะกลุ่มว่า “ผับลับ” ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเบาะแสว่าภายในผับลับมีการจำหน่ายยาเสพติดหลากหลายชนิดให้ลูกค้าอย่างครบวงจรภาย จนกล่าวได้ว่าเข้าผับนี้แล้วจะไม่รู้เดือนรู้ตะวันเลยทีเดียว พล.ต.ต.ธีรเดช ที่รับผิดชอบยาเสพติด จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และสืบ 1 ลงพื้นที่สืบสวนโดยทันที กระทั่งสืบทราบว่าผับลับแห่งนี้มีพิกัดตั้งอยู่ริมถนนประชาอุทิศ ย่านห้วยขวาง เป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 1 คูหา โดยอำพรางภายนอกให้เสมือนเป็น “ร้านเกม” มีการนำผ้าใบและรถมาจอดปิดบังหน้าร้านจนแนบเนียมมาก หากมองจากภายนอกจะไม่สามารถทราบว่าเป็นผับ

สำหรับผับลับแห่งนี้จะถูกเรียกขานกันว่า “ร้านลับซอย 1” มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น หากเป็นคนแปลกหน้าจะไม่สามารถเข้าไปในผับลับแห่งนี้ได้ โดยกลุ่มลูกค้าที่เข้ามามั่วสุมในร้านนี้ขาประจำคือ กลุ่มบาร์โฮส และสาวเอ็นเตอร์เทน ที่มักจะพาลูกค้าหรือคู่ขามาดื่มต่อ หลังผับปิด โดยร้านจะมีบริการจำหน่ายยาเสพติดหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เคตามีน, พอตเค และยาอี ซื้อขายกับพนักงานร้านได้และลูกค้าสามารถเสพยาเสพติดที่โต๊ะตนเองได้ภายในร้านโดยไม่ต้องหลบซ่อน และด้วยสภาพภายในร้านที่มีการปิดฟิล์มดำทึบจนไม่สามารถทราบกลางวันกลางคืนได้ ทำให้ผับลับนี้คนจะแน่นหนาตั้งแต่ห้วง 04.00 น. ไปจนถึง 15.00 น.
จนลูกค้าบางรายเมื่อเดินออกจากร้านมีอาการหลงเวลา ดวงตาไม่สามารถสู้แสงได้ และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือสภาพอาคารสถานที่ เป็นที่แคบและทึบ มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ไม่มีทางหนีไฟใดๆ อีกทั้งผู้มาใช้บริการในผับลับนี้มีการใช้สารเสพติด มีการใช้ “ไฟแช็ก” ภายในร้าน และยังมีห้องครัวปิดตายอยู่ด้านหลังอาคาร ขัดต่อหลักมาตรฐานเกือบทุกจุด เมื่อทำการตรวจสอบก็พบว่าเป็นการลักลอบเปิดโดยไม่มีการขออนุญาตใดๆ ทั้งสิ้น

พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยถึงปฏิบัติการครั้งนี้ว่า หลังจาก พล.ต.ต.ธีรเดช นำเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. และสืบ บก.น.1 ได้ทำการสืบสวนรวบรวมหลักฐาน และได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายค้นผับลับดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ ของกลางยาเสพติดหลายรายการ ดังกล่าว จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 11 ราย โดยแบ่งเป็น 4 ราย เป็นเจ้าของร้านและพนักงานขายยาเสพติด อีก 7 ราย เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีสารเสพติดในร่างกาย โดยมีนายเอ (นามสมมุติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของสถานบริการ และ น.ส.บี (นามสมมุติ) แฟนของนายเอ พักอาศัยอยู่ในห้องชั้น 2 และยังพบยาเสพติดหลายประเภท อาทิ ยาไอซ์ ยาเค ยาอี พอตเค และบุหรี่ไฟฟ้า ซุกซ่อนอยู่ในห้องพัก
สอบสวน เจ้าของร้าน ได้ให้การว่า ตนเปิดสถานบริการลับนี้มาแล้วประมาณ 1-2 ปีเศษ และรับว่ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นเจอเป็นของตนจริง โดยซื้อมาเพื่อเสพเอง และจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ยาเสพติดไม่ใช่เพียงต้นตอของอาชญากรรม แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชนในทุกมิติ บช.น. จึงเดินหน้าปราบปรามแหล่งจำหน่ายและแหล่งมั่วสุมยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะสถานบริการหรือสถานที่ที่ลักลอบเปิดให้มีการจำหน่ายและเสพยาเสพติด ซึ่งนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตของผู้ใช้บริการและประชาชนโดยรอบ ผับลับแห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ภายในมีการลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติด ขณะที่ตัวอาคารเป็นอาคารพาณิชย์คูหาเดียว มีทางเข้าออกหลักเพียงทางเดียว ไม่มีทางหนีไฟ และด้านหลังยังเป็นห้องครัวที่ปิดทึบ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ภายในซึ่งอยู่ในสภาพมึนเมาหรือขาดสติจากการเสพยา ย่อมมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตอย่างยิ่ง
“จากบทเรียนความสูญเสียที่เกิดขึ้นในสังคมเมื่อไม่นานมานี้ ยิ่งตอกย้ำว่าการปล่อยให้แหล่งมั่วสุมยาเสพติดดำรงอยู่ คือการสร้างระเบิดเวลาที่พร้อมคร่าชีวิตผู้คนได้ทุกเมื่อ บช.น. จะเดินหน้าขยายผลจับกุมทั้งผู้ค้า ผู้จัดหา และผู้ที่เอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างถึงที่สุด จึงขอเตือนไปยังผู้ประกอบการทุกแห่งว่า อย่าคิดว่าการละเลยปัญหายาเสพติดและมาตรการความปลอดภัยเป็นเรื่องเล็ก เพราะผลกำไรที่ได้มา ไม่อาจแลกกับชีวิตของประชาชนได้”



