น.ส.วัชรี วรรณศรี ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำนมดิบส่วนเกินตาม MOU ประมาณ 211 ตันต่อวัน โดย อ.ส.ค. เป็นผู้รับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินเฉลี่ยถึง 140 ตันต่อวัน รับซื้อมาตั้งแต่ปี 2568 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม แต่ยังไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทำให้ภาระส่วนใหญ่ตกอยู่กับ อ.ส.ค. น้ำนมดิบส่วนเกินดังกล่าวถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นม ส่งผลให้ปัจจุบัน อ.ส.ค. มีสินค้าคงคลังสะสมมากกว่า 1.9 ล้านหีบ ซึ่งกลายเป็นภาระด้านต้นทุนและสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากไม่สามารถระบายสินค้าออกสู่ตลาดได้ทันกับปริมาณการผลิต
อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้าจะเข้าพบนายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อเสนอแนวทางเร่งด่วนในการแก้ไขวิกฤตอุตสาหกรรมโคนมไทย ใน 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1. จัดการปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกิน MOU 211 ตัน/วัน กระทรวงเกษตรฯควรเป็นผู้กำหนดแนวทางบริหารจัดการน้ำนมดิบส่วนเกิน ไม่ควรผลักภาระให้ อ.ส.ค. 140 ตัน/วัน รับซื้อ ถ้าจพเป็นต้องให้รับ ต้องมีตลาด/งบประมาณ ให้มาด้วย เพราะ อสค ช่วยรับมาตั้งแต่ปี 68 จนถึงปัจจุบัน ยังแก้ปัญหาไม่ได้
2. ช่วยระบายผลิตภัณฑ์จากน้ำนมส่วนเกิน น้ำนมดิบที่ อ.ส.ค. รับเกิน MOU ถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จนมีสต๊อกคงค้างกว่า 1.9 ล้านหีบ จึงควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการกระจายและระบายสินค้า เพื่อเปลี่ยนสต๊อกให้เป็นรายได้ ฟื้นสภาพคล่อง และลดภาระขององค์กร 3. เพิ่มสัดส่วนโควตานมโรงเรียนให้ อ.ส.ค. ควรปรับเพิ่มสัดส่วนโควตานมโรงเรียนให้ อ.ส.ค. มากกว่า 10% เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของรัฐวิสาหกิจในการดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม สร้างความมั่นคงด้านการรับซื้อน้ำนมดิบ และเสริมความยั่งยืนของอุตสาหกรรมโคนมไทย
“ อ.ส.ค. อยากให้ภาครัฐบริหารจัดการน้ำนมดิบส่วนเกินอย่างเป็นระบบ โดยกระทรวงเกษตรฯ ควรกำหนดแนวทางบริหารน้ำนมดิบส่วนเกิน พร้อมจัดหาตลาดรองรับหรือสนับสนุนงบประมาณ หากยังจำเป็นต้องให้ อ.ส.ค. รับซื้อน้ำนมส่วนเกินต่อไป”



