เห็ดแครง หรือเห็ดตีนตุ๊กแก  เป็นเห็ดที่มีขนาดเล็กรูปร่างลักษณะคล้ายพัด  ฐานมีก้านสั้นๆยาวประมาณ 0.1-0.5 ซม. ดอกเห็ดกว้างประมาณ 1-3 ซม. ผิวด้านบนมีสีขาวปนเทาปกคลุมทั่วไปลักษณะดอกเหนียวและแข็งแรง ด้านใต้ของดอกมีครีบเป็นร่องสีน้ำตาลอ่อน ขอบดอกหยักคล้ายขอบเปลือกหอยแครง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ เมื่อแห้งด้านใต้ของดอกเห็ดมีครีบมีลักษณะแตกเป็นร่อง (spilt-gill) พิมพ์สปอร์มีสีขาว สปอร์มีสีใสรูปร่างเป็นทรงกระบอกขนาด 3-4×1-1.5 ไมครอน เนื่องจากเห็ดแครงมีขึ้นอยู่ทั่วโลก ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ลักษณะดอกเห็ดอาจแตกต่างกันในแต่ละท้องที่

เห็ดแครงเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนและไฟเบอร์สูงสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น แกง ห่อหมก ทอดมันเห็ดแครง ลาบเห็ดแครง แกงกะทิเห็ดแครงใส่ใบเหลียง ทางภาคใต้ เมนูอาหารขึ้นชื่อคือ แกงคั่วเห็ดแครงใส่กุ้งหรือใส่หมูย่าง และเมนูท้องถิ่นคืออุบเห็ดแครงโดยจะนำเห็ดแครงมาสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆใส่ข้าวโพดและมะพร้าวขูด ปั้นเป็นก้อนนำไปทอด เมนูอื่น ๆ เช่น เห็ดแครงหมกสมุนไพร คั่วกลิ้ง แกงกะหรี่ ห่อหมก ลวกยำ ลาบ หรือไข่เจียวเห็ดแครง นอกจากนี้ยังมีการนำเห็ดแครงไปผัดใส่ไข่ ยำเห็ดแครงร่วมกับเห็ดหรือผักชนิดอื่น ๆ พล่าเห็ดแครง เป็นต้น นอกเหนือจากภาคใต้แล้วภาคอีสานก็นิยมรับประทานเห็ดแครงเช่นกัน

สามารถนำเห็ดแครงไปผลิตโปรตีนจากพืช  หรือเนื้อสัตว์จากพืช เห็ดแครงที่เป็นส่วนผสมของเมนูแพลนต์เบสทุกแบรนด์ในประเทศไทย มาจากเครือข่าย บ้านเห็ดแครง จ.สงขลา ที่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดแครงด้วยระบบ Smart Farm ที่ควบคุมได้ทั้งคุณภาพและปริมาณ และให้ผลผลิตทั้งปีอีกด้วย  การแปรรูป มีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เห็ดแครงอบแห้งด้วยพาราโบลาโดมและเห็ดแครงทรงเครื่องทอดกรอบ

สรรพคุณทางยาและการใช้ประโยชน์ พบว่า เห็ดแครงมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สําคัญและมีคุณสมบัติเด่นคือ  สารชิโซฟิลแลน ที่พบในเห็ดแครงสามารถต่อต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิด ได้แก่ sarcoma 180, sarcoma 37 และ Ehrlich carcinoma ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์สำหรับมะเร็งกระเพาะอาหารที่กลับมาเป็นซ้ำและผ่าตัดไม่ได้ เช่นเดียวกับการเพิ่มเวลาการอยู่รอดของผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอโดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการกระตุ้นเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน สารเบต้ากลูแคนช่วยปรับสภาพของร่างกาย เช่น ระดับคอเลสเตอรอล ระดับน้ำตาล ความต้านทานต่อโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เบต้ากลูแคนสามารถเป็นตัวพายานาโน ก่อเจลและกระตุ้นการสะสมคอลลาเจนซึ่งช่วยสมานแผล และยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ คุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ดังกล่าวทำให้เบต้ากลูแคนมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นอาหารเสริม ยาจากธรรมชาติ และเครื่องสำอาง