เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (11) กองกำลังบูรพา โดย พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ สั่งการให้ ร.อ.อาคม มงคลนำ ผบ.ร้อย ทพ.1201 จัดกำลังพลกองร้อยทหารพรานที่ 1201 (ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12) ลาดตระเวนเข้มงวดเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณจุดตรวจ อ.17 บ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบชายไทย 2 คน ท่าทางมีพิรุธ เดินเท้าข้ามแนวลำน้ำคลองลึกและมุดลวดหนามหีบเพลงจากฝั่งประเทศกัมพูชาเข้ามายังประเทศไทย โดยไม่มีผู้นำพา และไม่พบเอกสารหนังสือเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผลที่กองร้อยทหารพรานที่ 1201

จากการตรวจสอบประวัติและอัตลักษณ์บุคคล ทำเอาเจ้าหน้าที่ถึงกับตกตะลึง เนื่องจากทั้งคู่มีหมายจับติดตัวยาวเป็นหางว่าว รายแรกทราบชื่อ นายเขมราช (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาวอ.โคกสูง จ.สระแก้ว พบหมายจับคดีอาญา รวม 4 หมายจับ อีกรายทราบชื่อ นายชัยพร (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ชาวอ.โคกสูง จ.สระแก้ว พบประวัติในระบบ Case ID ถึง 11 เคส และมีหมายจับติดตัวอีก 9 หมาย
เบื้องต้นทั้งสองให้การอ้างว่า ก่อนหน้านี้เดินทางข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชาอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 โดยมีเพื่อนชื่อ “หมู” ชักชวนไปทำงาน เมื่อไปถึงฝั่งปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย มีนายจ้างชาวจีนมารับตัวไปทำงานที่ตึก 7 ชั้น ชื่อตึกเอบีเอ (ABA) โดยหน้าที่หลักคือ เป็นพนักงานตอบแชทในรูปแบบ “ฟิวแฟน” หลอกลวงเหยื่อให้ร่วมลงทุน นอกจากนี้ยังถูกสั่งให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชีม้าผ่านแอปพลิเคชันธนาคารไทยรวม 4 แห่ง (ไทยพาณิชย์, กรุงเทพ, ไลน์บีเค และกสิกรไทย) ได้ค่าจ้างบัญชีละ 5,000 บาท ทำงานดังกล่าวเรื่อยมาตั้งแต่ต้นปี 2567 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2569

ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชาได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายอย่างหนักในพื้นที่ปอยเปต ทำให้นายจ้างชาวจีนและพนักงานคนอื่นๆ ต่างพากันแตกกระเจิงหลบหนีออกจากตึกดังกล่าว โดยพวกตนได้ไปเช่าห้องพักหลบซ่อนตัวอยู่จนเงินหมด ประกอบกับไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ จึงตัดสินใจถามทางจากชาวบ้านกัมพูชา ก่อนจะเดินเท้าเลาะตามช่องทางธรรมชาติ ข้ามน้ำและลวดหนามหวังกลับบ้านเกิด ก่อนถูกจับกุมได้ในที่สุด ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ทำการบันทึกประวัติอย่างละเอียด ก่อนควบคุมตัวชาวไทยทั้ง 2 คน ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและประสานอายัดตัวตามหมายจับต่อไป.



