เห็ดนางรม เจริญเติบโตโดยขึ้นเป็นกลุ่มหรือซ้อนกันเป็นชั้นๆ ดอก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-15 ซม. ผิวเรียบเป็นมัน บริเวณกลางหมวกมักเว้าเป็นแอ่งตื้นๆ ขอบหมวกดอกจะม้วนงอลงด้านล่างเล็กน้อย สีของหมวกดอกมีหลากหลายขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เช่น สีขาว สีเทา สีเทานวล และสีน้ำตาลอ่อน ครีบดอก อยู่ใต้หมวกดอก มีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ สีขาวหรือสีครีบอ่อน เรียงตัวชิดกันเป็นระเบียบและทอดยาวลงมาถึงบริเวณ ก้านดอกมีลักษณะสั้นและหนา จะเจริญอยู่ค่อนไปด้านข้าง ไม่ได้อยู่ตรงกึ่งกลางของหมวกเห็ด ในเห็ดที่เพาะเลี้ยงบางสายพันธุ์ ก้านดอกอาจจะสั้นมากจนมองดูเหมือนหมวกดอกติดอยู่กับก้อนเชื้อเนื้อเยื่อ เนื้อด้านในมีสีขาวหรือสีขาวอมเทา มีความยืดหยุ่นและมีรสชาติหวานอมขมนิดๆ คล้ายอัลมอนด์ขม
เห็ดนางรม นอกจากรสชาติอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์หลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยกรดโฟลิก ซึ่งมีมากกว่าในพืชผักและเนื้อสัตว์หลายชนิด มีประโยชน์ในการช่วยรักษาภาวะซีดหรือโรคโลหิตจางได้เป็นอย่างดี ส่งผลดีต่อคนที่เป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิต ซึ่งจะช่วยปรับความดันโลหิตและความเข้มข้นของไขมันในเลือด ลดระดับน้ำตาลในเลือด เห็ดนางรมเหมาะที่จะเป็นอาหารของหญิงตั้งครรภ์ เพราะสามารถช่วยป้องกันความพิการของทารกแรกเกิด และช่วยสร้างน้ำนมให้แก่คุณแม่หลังคลอดด้วย ใช้เป็นอาหารควบคุมน้ำหนัก ซึ่งมีปริมาณของไขมันต่ำมากจึงช่วยลดน้ำหนักได้ดี รวมถึงคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักสามารถกินเห็ดนางรมได้เช่นกัน เพราะให้พลังงานสูง มีวิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 สูงกว่าเห็ดชนิดอื่น โดยจะทำงานร่วมกับสารอาหารชนิดอื่น สามารถช่วยบรรเทาอาการเมารถ เมาเรือ หรือเมาเครื่องบิน และรักษาโรคปากนกกระจอก
มีปริมาณของโซเดียมต่ำ เป็นอาหารที่แนะนำให้คนที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและโรคไตอักเสบ โรคเหล่านี้เป็นต้องจำกัดระดับของโซเดียมในร่างกาย เพื่อให้หัวใจและไตทำงานอย่างเป็นปกติ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มีประสิทธิภาพ และช่วยป้องกันโรคหวัดได้เป็นอย่างดี ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้อร้ายและเซลล์มะเร็งได้ และมีความสามารถช่วยลดการก่อให้เกิดโรคของเชื้อจุลินทรีย์ ช่วยในการบำบัดอาการปวดตามร่างกาย เช่น ปวดเอว ปวดขา บรรเทาอาการเหน็บชา ชาตามแขนขา อาการเส้นเอ็นยึด และช่วยลดอาการอักเสบได้ มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคกระดูกเสื่อม กระดูกหักง่าย และโรคกระดูกพรุน



