มะกรูด เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กสูง 2-4 เมตร เป็นไม้เนื้อแข็ง ลำต้นและกิ่งมีหนามยาวเล็กน้อย ใบเป็นใบประกอบชนิดลดรูป มีใบย่อย 1 ใบ เรียงสลับ รูปไข่ คือมีลักษณะคล้ายกับใบไม้ 2 ใบ ต่อกันอยู่ คอดกิ่วที่กลางใบเป็นตอนๆ มีก้านแผ่ออกใหญ่เท่ากับแผ่นใบ ทำให้เห็นใบเป็น 2 ตอน กว้าง 2.5 – 4 ซม. ยาว 4 – 7 ซม. ใบสีเขียวแก่พื้นผิวใบเรียบเกลี้ยง เป็นมัน ค่อนข้างหนา มีกลิ่นหอมมากเพราะมีต่อมน้ำมันอยู่ โดยใบด้านบนสีเข้ม ใต้ใบสีอ่อน ดอกออกเป็นกระจุก 3 – 5 ดอก กลีบดอกสีขาว เกสรสีเหลือง ร่วงง่าย มีกลิ่นหอม มีผลสีเขียวเข้มคล้ายมะนาวผิวเปลือกนอกขรุขระ ขั้วหัวท้ายของผลเป็นจุก ผลมีต่อมน้ำมันกระจายอยู่ที่ผิว ผลอ่อนมีเป็นสีเขียวแก่ เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด พันธุ์ที่มีผลเล็ก ผิวจะขรุขระน้อยกว่าและไม่มีจุกที่ขั้ว ภายในมีเมล็ดจำนวนมากๆ

มะกรูด ถือเป็นผักสวนครัวที่หลายบ้านนิยม เพราะสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู แถมยังมีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย  ช่วยในเรื่องอาการนอนไม่หลับ โดยใช้ผิวมะกรูด รากชะเอม ไพล ขมิ้นอ้อย ในปริมาณเท่ากันมาบดเป็นผง แล้วชงกับน้ำร้อน เพื่อดื่มก่อนนอน ช่วยแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ โดยนำเปลือกมะกรูดมาฝานบาง ๆ ชงกับน้ำเดือด แล้วนำมารับประทาน ช่วยฟอกระบบไหลเวียนโลหิต โดยนำผลมะกรูดสดมาผ่าเป็น 2 ซีก แล้วนำไปดองกับเกลือ หรือน้ำผึ้งทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน แล้วนำมารินดื่ม จะช่วยฟอกและทำความสะอาระบบไหลเวียนโลหิตเป็นอย่างดี ช่วยต่อต้านการเกิดของเซลล์มะเร็งได้ โดยใบมะกรูดนั้น มีสารเบต้าแคโรทีน ที่มีสรรพคุณในการชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

ส่วนข้อควรระวังผิวไหม้แดด มะกรูดถึงแม้จะมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เพราะในน้ำมะกรูด มีสารออกซิเพดามิน หากผิวถูกน้ำมันมะกรูดโดยตรง แล้วถูกแสงแดด อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง จนส่งผลให้ผิวไหม้แดดได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรระวังการใช้มะกรูดในปริมาณที่มากเกินไป เพราะสารในมะกรูด จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงมากกว่าระดับปกติ ปัญหาโพแทสเซียม ในมะกรูดมีสาร bergapten ซึ่งเป็นสารที่จะส่งผลต่อการลดระดับโพแทสเซียมในเลือด และเป็นต้นเหตุของการเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ และอาการกล้ามเนื้อกระตุก ดังนั้น จึงไม่ควรบริโภคในปริมาณมากเกินไป