กระชาย เป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 2-3 ฟุต มีลำต้นใต้ดินเรียกว่า เหง้า เป็นเหง้าสั้นแตกหน่อได้ เช่นเดียวกับขิง ข่า และขมิ้น รากอวบรูปทรงกระบอกหรือรูปไข่ค่อนข้างยาวปลายเรียวแหลมออกเป็นกระจุก มีผิวสีน้ำตาลอ่อนเนื้อใบสีเหลืองมีกลิ่นหอมเฉาะตัว ส่วนที่อยู่เหนือดินเป็นกาบใบที่หุ้มซ้อนกันเป็นชั้น ๆ สีแดงเรื่อ ๆ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับตัวใบรูปรีปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ เส้นกลางใบ ก้านใบและกาบใบด้านบนเป็นร่อง ด้านล่างนูนเป็นสัน ออกดอกเป็นช่อสีขาวหรือขาวอมชมพูที่ยอด (แทรกอยู่ระหว่างกาบใบ) ดอกบานทีละดอก มีลักษณะเป็นถุง ผลเป็นผลแห้งเมื่อแก่แล้ว
ต้นเป็นพรรณไม้ล้มลุก ลำต้นมีความสูงประมาณ 9 ซม. ส่วนกลางของลำต้นเป็นแกนแข็ง มีกาบหรือโคนใบหุ้ม ใบมีกลิ่นหอม ก้านใบแทงขึ้นจากหัวในดิน ออกเป็นรัศมีติดผิว ขนาดใบจะกว้าง 7-9 ซม. ยาว 30-35 ซม. ดอก มีสีม่วงดอกออกเป็นช่อ กลีบรองกลีบดอกเชื่อมต่อกัน มีรูปลักษณะเป็นท่อ มีขน โคนเชื่อมติดกันเป็นช่อยาว เกสรตัวผู้จะเหมือนกับกลีบดอก อับเรณูอยู่ใกล้ปลาย ท่อเกสรตัวเมียมีขนาดยาว เล็ก ยอดของมันเป็นรูปปากแตร เกลี้ยงไม่มีขน[8] ผลแก่มี 3 พู มีเมล็ดอยู่ด้านในเมื่อผลแก่เต็มที่จะไม่แตก[9] ส่วนที่นำมาใช้จะเป็นส่วนของรากและเหง้าที่อยู่ใต้ดิน ซึ่งจะมีรสเผ็ดร้อน และขมเล็กน้อย[10] และในส่วนของลำต้น ใบ จะนำมาทำผักจิ้มได้
ประโยชน์ของ กระชาย น้ำกระชายปั่น ดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่น บำรุงร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น ทำให้เหนื่อยลง ช่วยแก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก บำรุงกำลัง เสริมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรงสุขภาพดี เปลี่ยนผมขาวให้กลับเป็นดำ ช่วยทำให้ผมบางกลับมาหนาขึ้น อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผมหงอก ผมร่วงได้
รากนำมาใช้เป็นเครื่องแกงในการประกอบอาหารแล้ว ยังช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อและปลาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาดุก ปลาไหล ปลากุลา เป็นต้น สามารถช่วยไล่แมลงได้ ด้วยการนำตะไคร้ ข่า หอมแดง ใบสะเดาแก่ นำมาตำผสมกัน แล้วใช้ผสมกับน้ำฉีดในบริเวณที่มีแมลงรบกวน
สารสกัดจากกระชายสามารถช่วยต้านการเสื่อมของกระดูกอ่อนในหลอดทดลองได้ สารสกัดคลอโรฟอร์มและเมทานอลจากรากของกระชายมีฤทธิ์ในการต้านการเจริญเติบโตของเชื้อ Giardia intestinalis ซึ่งเป็นพยาธิเซลล์เดียวในลำไส้ที่ก่อให้เกิดภาวะท้องเสีย ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง สามารถช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายได้ดี
สาร Pinostrobin, Pinocembrin, Panduratin A และ Alpinetin ของกระชายนั้นมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียได้หลายชนิด กินแล้วดีต่อสมอง เพราะมีคุณสมบัติช่วยบำรุงสมอง ช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีมากขึ้น ลดน้ำหนักได้ จากการศึกษาวิจัยในประเทศเกาหลีใต้พบว่า การรับประทานกระชายวันละ 300 – 600 มิลลิกรัม จะมีรอบเอวและไขมันต่ำลดลงภายใน 12 สัปดาห์ ช่วยป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ แก้โรคในปาก เช่น ปากแห้ง ปากเปื่อย เป็นต้น
จริงๆ แล้วกระชายขาว อาจจะไม่ได้มีโทษโดยตรง จะมีโทษจากการใช้มาก กินมากไป หรือกินเปล่าๆแบบไม่มีอะไรมาผสม กระชายเป็นสมุนไพรที่มีความเผ็ดร้อน หากกินด้วยสัดส่วนที่มีความเข้มข้นมากและทานมากเกินไป อาจจะส่งผลต่อการทำงานของตับอ่อน ทำให้แขนขาเกิดความอ่อนแรงได้ คนที่เป็นไข้สูงหรือไทรอยด์ ไม่ควรกินแบบที่ยังไม่เจือจาง อาจจะเกิดภาวะช็อกได้ หากอยากทานให้ผสมกับน้ำ 1-2 ลิตร ต่อ 1กำมือ สตรีมีครรภ์ สตรีที่ให้นมบุตรหรือผู้ที่เป็นตับอักเสบ ไม่ควรทานเพราะอาจจะส่งผลต่อการทำงานของตับและไตและส่งผลต่อสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ อาจจะทำให้เกิดร้อนใน แผลภายในช่องปาก หรือเหงือกร่น ถ้ากินต่อเนื่อง 7 วันติด ทำให้ร่างกายเสียสมดุลและเกิดภาวะใจสั่น เนื่องจากร่างกายอยู่ในภาวะร้อนเกินไป



