เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ พ.ต.อ.ธิติพงษ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.อธิบดี เสริมสุข ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน, สอบสวน และจราจร สน.พหลโยธิน ร่วมการประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
จากนั้น 20.00 น. ภายหลังใช้เวลาประชุมนาน 3 ชั่วโมง พล.ต.ต.เกียรติกุล เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด 33 ราย โดยรายล่าสุดคือ “น้องดิน” นักร้องนำวงทศกัณฑ์ เสียชีวิตเวลา 17.56 น. ที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวบุคคลครบทั้งหมดแล้ว ขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ สีแดง 16 ราย สีเหลือง 12 ราย สีเขียว 43 ราย
ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และ สน.พหลโยธิน ได้ทำการสืบสวนสอบสวนตลอดและเร่งรัดคดีอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสอบปากคำไปแล้ว 96 ราย แยกเป็นเจ้าของร้าน 1 ราย พนักงานร้าน 26 ราย ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ 56 ราย เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ 10 ราย และผู้เชี่ยวชาญด้านโยธาและสิ่งแวดล้อม 3 ราย
นอกจากนี้จากข้อมูลของการไฟฟ้า พบว่าเจ้าของร้านเคยยื่นคำขอเพิ่มกำลังไฟฟ้า เนื่องจากระบบเดิมไม่เพียงพอ โดยขอเพิ่มจาก 30/100 แอมป์ เป็น 200 แอมป์ ตั้งแต่เปิดร้านได้ประมาณ 2 เดือน แต่เบื้องต้นยังไม่ได้มีการติดตั้งระบบใหม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารและหลักฐานประกอบ
สำหรับการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด 16 กล้อง ภายในร้านที่ได้รับจากกองพิสูจน์หลักฐาน เบื้องต้นพบว่าเริ่มมีกลุ่มควันบริเวณฝ้าเพดานเหนือเวทีฝั่งประตูด้านขวาในช่วงเวลาประมาณ 23.49 น. ใช้เวลาประมาณ 15 วินาที จากนั้นเวลาประมาณ 23.50 น.ได้เกิดเปลวไฟ โดยภาพรวมตั้งแต่เริ่มเกิดกลุ่มควันจนเกิดเพลิงลุกไหม้ใช้เวลาราว 1 นาทีเศษ ขณะเดียวกัน กองพิสูจน์หลักฐานยังอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้
ส่วนประเด็นการขออนุญาตประกอบกิจการ พบว่า เดิมร้านได้รับอนุญาตเป็นร้านอาหาร ขณะนี้ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาต รวมถึงผู้ตรวจสอบอาคาร มาให้ปากคำแล้ว และอยู่ระหว่างรอเอกสารเพิ่มเติมจากสำนักงานเขต สำหรับข้อสงสัยเรื่องประตูทางออกถูกล็อกหรือไม่ พล.ต.ต.เกียรติกุล ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากข้อมูลที่ปรากฏในสื่อและคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง ยังไม่สอดคล้องกัน จึงเตรียมเรียกพยานสำคัญมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกที่ สน.พหลโยธิน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับแจ้งความคืนทรัพย์สินของผู้เสียหาย และอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมายฃ
ส่วนกรณี “หมวดนัท” ตำรวจได้เชิญมาให้ปากคำในฐานะพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ และจะตรวจสอบบทบาทหน้าที่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุอย่างละเอียด.



