“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เตรียมเปิดประกวดราคาจ้างที่ปรึกษา วงเงิน 30 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเหมาะสม ทบทวนแนวเส้นทาง และจัดทำแบบก่อสร้างใหม่ของโครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) ขั้นที่ 3 สายเหนือ ช่วง N1 จากทางด่วนศรีรัช (แยกแคราย) ถึงถนนประเสริฐมนูกิจ ระยะทางประมาณ 10.55 กม.

ซึ่งเป็นโครงข่ายสำคัญในการเชื่อมการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก รวมถึงเชื่อมต่อโครงการทางด่วน N2 ช่วงถนนประเสริฐมนูกิจ-ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก หรือมอเตอร์เวย์ M9 สายบางปะอิน-บางนา ระยะทาง 6.67 กม. ที่ปรับรูปแบบเป็นส่วนต่อขยายทางด่วนฉลองรัช-ถนนวงแหวนรอบนอกฯ โดยใช้เวลาศึกษาประมาณ 15 เดือน คาดแล้วเสร็จปลายปี 2570 การศึกษาครั้งนี้จะนำผลการศึกษาทั้ง 3 แนวทางมาทบทวนเปรียบเทียบอีกครั้ง เพื่อคัดเลือกรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

โดยรูปแบบแรกเป็นทางยกระดับตลอดสาย รูปแบบที่สอง เป็นทางลอดตามแนวถนนงามวงศ์วาน และรูปแบบล่าสุดตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) กำหนดให้ใช้แนวถนนเดิม อาทิ ถนนงามวงศ์วานและอุโมงค์เกษตรฯ เป็นทางด่วน แต่ถูกประชาชนคัดค้าน เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการนำถนนสาธารณะที่ใช้ฟรีมาเก็บค่าผ่านทาง อีกทั้งยังกังวลว่าจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาการจราจร ขณะที่ มก. ก็ยังไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างทางด่วนระดับดิน

สำหรับกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. คมนาคม ประกาศให้กลับไปใช้รูปแบบทางยกระดับตามแนวเดิม ไม่ก่อสร้างอุโมงค์ และไม่ใช้แนวถนนเดิมที่ประชาชนคัดค้าน โดยจะหารือกับอธิการบดีมก. ก่อนนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภามหาวิทยาลัย เพื่อขอความร่วมมือผลักดันโครงการ N1 ให้เดินหน้านั้น กทพ. ระบุว่า พร้อมปฏิบัติตามนโยบาย แต่หากกลับไปใช้รูปแบบทางยกระดับทั้งหมด ก็ยังจำเป็นต้องศึกษาทบทวนใหม่ เนื่องจากผลการศึกษาเดิมจัดทำมานาน ข้อมูลหลายด้านไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน

ส่วนโครงการทางด่วน N2 คณะกรรมการ กทพ. อนุมัติปรับกรอบวงเงินก่อสร้างเป็นประมาณ 14,802 ล้านบาท จากเดิม 13,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 8% ตามต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ก่อนเสนอให้กระทรวงคมนาคมรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา หากได้รับความเห็นชอบ คาดว่าจะเปิดประมูลภายในปี 2570 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี และเปิดบริการในปี 2573