สร้างความตื่นเต้นและดีใจให้กับคอละครเวทีอย่างมาก สำหรับการกลับมาทวงบัลลังก์นางเอกละครเวทีระดับตำนานของ “แพ็ท-สุธาสินี พุทธินันทน์” ในรอบ 7 ปี กับการหวนคืนสู่เวทีเมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ในมิวสิคัลสุดแซ่บแห่งปี “เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล” ล่าสุดในงานซ้อมละครเวที ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ชั้น 4 เอสพลานาด รัชดา แพ็ท สุธาสินี ได้เปิดใจถึงการหวนคืนเวทีครั้งสำคัญ พร้อมอัปเดตชีวิตครอบครัวและแนวคิดการเลี้ยงลูกชายวัยกำลังโต

“จริงๆก็มีการคุยกันมาสักพักแล้ว ใจแพ็ทไม่ได้อยากหายไป 7 ปีขนาดนี้ แต่ด้วยความที่มีโควิด อะไรหลายๆอย่าง อยู่ที่นู่นก็เป็นคุณแม่เต็มตัว เรื่องตารางของลูกก็เยอะมาก เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาในการแพลนล่วงหน้าเป็นปีๆ พอลองดูแล้วในที่สุดก็มาลงตัวในปีนี้ เห็นพี่บอยบอกว่าจะเล่นช่วงสิงหา ก็เป็นช่วงที่ลูกชายหยุดเทมอใหญ่เลยสามารถกลับมาอยู่กับแพ็ทได้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนา แล้วก็มาอยู่ด้วยกันแบบยาวๆได้ ทุกอย่างลงตัวแล้วสามีก็เป็นคนอยากให้เรากลับมาแสดง เขาบอกว่าเขาก็คิดถึงอยากเห็นบนเวทีอีก เราเองก็อยากด้วยความที่เวลามันไม่ลงตัวแต่ว่าปีนี้ลงตัวเลยรับเลย ตอนที่คุณบอยติดต่อสามีก็บอกว่ายินดีมาก อยากให้กลับมาตั้งนานแล้ว เขาบอกไม่ต้องห่วงเลยเดี๋ยวเรื่องที่โรงเรียนลูกหรือที่นู่นเดี๋ยวสามีจะจัดการเอง ให้แพ็ทได้ทำในสิ่งที่รัก แล้วเขาก็อยากเห็นแพ็ทบนเวทีอีกครั้ง

“ลูกเราเขาเคยเห็นเราบนเวทีตอนนั้นเล่นบัลลังก์เมฆเดอะมิวสิคัล ตอนนั้นประมาณ 6 ขวบยังเด็กๆอยู่ ได้ดูสัก4-5รอบ แต่ตอนนี้13 เริ่มเป็นหนุ่มแล้วก็จะได้เห็นอีกแบบนึง แล้วแพ็ทก็พาเขามาดูซ้อมด้วย เขาก็มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เขาก็จะเห็นแม่อยู่ที่นู่นเป็นแม่เต็มตัวแต่พอมาที่นี่เห็นแม่ทำงานว่าแม่ทำงานยังไงบ้าง ทำงานหนักแค่ไหน แล้วก็ตั้งใจ ก็ดีเหมือนกันเขาจะได้เห็นว่าแม่ก็ทำงาน แล้วแม่มีวินัยยังไงในการทำงานซึ่งมันก็จะเป็นตัวอย่างให้เขาด้วย จะได้เห็นการแพลนล่วงหน้าการเตรียมตัวอะไรต่างๆ การดูแลสุขภาพยังไง เพราะว่าเราใช้ร่างกายเยอะ เพราะฉะนั้นทำให้เขาเห็นเพื่อจะเป็นอินสไปเรชั่นให้เขา เขาทราบว่าแม่เป็นนักแสดง เขาก็ตื่นเต้น เห็นเวลาทางรัชดาลัยปล่อยโปสเตอร์ ทีเซอร์ออกมาแล้วก็มีเพลง เขาก็ร้องตาม”

“ลูกชายจะไม่ใช่สายนักแสดง เขาจะเป็นนักดนตรี แพ็ทก็บอกว่างั้นเดี๋ยวลูกเรียนดนตรีไปเรื่อยๆ ถ้าเกิดว่าเล่นเปียโนได้เดี๋ยวแม่มาร้องด้วย เขาก็บอกโอเคเขาก็พยายาม เรื่องมิวสิคัลเขาเคยทำแต่รู้สึกว่าเขาจะไม่ค่อยชอบ ชอบเล่นดนตรีมากกว่า บางทีเขาเล่นดนตรีเราก็ร้องฮัมๆไปกับเขา บางทีเวลาเราได้บทหรือว่าเพลงมา พอกลับไปที่นู่นก็ลองดูพยายามร้อง ร้องไปเขาก็คอยฟังเพราะเขาชอบที่ได้ยินแพ็ทร้องเพลง แต่ว่าเขาจะไม่ร้อง”

รู้สึกดีใจมากทั้งสามีและลูกส่งเสริมเพราะว่าทั้ง 2 คนเขาทราบว่าแพ็ทเป็นคนที่รักการแสดงละครเวทีมาก เขาก็ซัพพอร์ทเต็มที่เพราะเราเป็นคุณแม่ที่ซัพพอร์ทลูกเต็มที่ เวลาเขาทำอะไรเราไปเชียร์เต็มที่ เขาก็อยากจะเป็นคนเชียร์แล้ว ซึ่งสามีก็จะซัพพอร์ทอยู่ตลอดเวลา ลูกก็เลยเชียร์กับพ่อเลย จริงๆชีวิตครอบครัวโดยรวมก็มีความสุขดี แต่มันก็จะมีอุปสรรคเล็กน้อยบ้าง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะร้อยเปอร์เซ็นราบรื่นหมด ซึ่งมันก็ดี เพราะลูกจะได้เห็นว่าแม่ก็ไม่เพอร์เฟกต์คุณพ่อก็ไม่เพอร์เฟกต์มนุษย์เราไม่เพอร์เฟกต์อยู่แล้ว เราก็ต้องมีการปรับปรุงตัวอยู่แล้ว สิ่งที่เราทำดีก็ทำต่อไป สิ่งที่เราทำไม่ดีเราก็พยายามทำให้มันดีขึ้น บางทีเวลาไปโรงเรียนเขาก็ย้ายโรงเรียนใหม่มันก็ต้องปรับตัวใหม่ซึ่งทุกอย่างมันก็ต้องเผชิญกับปัญหาอยู่แล้ว อย่างลูกชายเป็นคนชอบเล่นกีฬาก็จะมีแพ้ชนะฉะนั้นไม่อยากให้เขาชนะตลอดอยากให้เจอกับสิ่งที่ผิดหวังด้วย“

“รู้สึกดีใจมากกว่าที่หลายๆคนรู้สึกดีใจกับชีวิตเราที่มีความสุข เหมือนกับเป็นการขอบคุณมากกว่า มันก็จะทำให้เรารู้สึกว่าเขาอาจจะเห็นว่าเราทำทุกอย่างได้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ เหมือนเป็นกำลังใจให้เราทำต่อไปมากกว่า ไม่กดดัน สิ่งที่ยากสำหรับเราคือ สิ่งที่เรามีดีอยู่แล้วจะทำยังไงให้มันดีต่อไป เพราะบางทีเราอาจจะคิดว่าเรามีดีอยู่แล้วเราก็อยู่เฉยๆไปซึ่งอันนั้นมันอาจจะลดลงก็ได้ แต่แพ็ทคิดว่าไม่ใช่แค่เรื่องชีวิตส่วนตัวแต่เรื่องงานถ้าเรามีดีอยู่แล้วเราควรจะรักษามันไว้ให้มันคงที่หรือดีขึ้น”

“การสอนลูกชายเราทำให้เห็น คือเราเลี้ยงลูกใกล้ชิดเราพูดคุยกับทุกอย่าง อยากให้เขารู้สึกว่าเราเป็นเซฟโซนที่ปลอดภัยสำหรับลูก คือมีอะไรก็อยากให้มาหาเราก่อน แต่ว่าเราก็สอนเขาเสมอว่าจะทำอะไรก็ต้องตั้งใจ อย่างจะเรียนหนังสือได้เท่าไหร่พ่อกับแม่ไม่ว่าเลยแต่เราดูเรื่องความตั้งใจมากกว่า ทุกคนจะมีปัญหาหมดไม่ว่าจะเป็นปัญหาเล็กปัญหาใหญ่ ฉะนั้นขอให้ตั้งใจ ค่อยๆคิดมีสติกับการใช้ชีวิต แพ็ทสอนลูกเสมอว่าเราไม่ต้องแข่งกับใครแข่งกับตัวเองดีที่สุด เพราะว่าเราต้องสู้กับตัวเอง จริงๆการที่จะไปแข่งกับใครมันจะทำให้เขากดดันมากกว่าเพราะยังไงมันก็ต้องมคนที่เก่งกว่า มันจะกลายเป็นความรู้สึกที่ไม่สงบ แต่สิ่งที่เราต้องทำคือรับผิดชอบตัวเองให้ได้ก่อนดีกว่า อะไรก็ตามที่เราต้องจัดการอันนั้นคือการที่เราสู้กับตัวเอง ทำทุกสิ่งที่เราต้องทำให้ดีที่สุด”

ขอบคุณภาพจาก:patsuthasinee