หลังจากสร้างความประทับใจและอบอวลไปด้วยไออุ่นแห่งความรักมาแล้วถึง 2 งาน สำหรับงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่ของคู่รักซุป’ตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” เริ่มต้นตั้งแต่พิธีแต่งงานแบบอบอุ่นตามขนบประเพณีที่จังหวัดขอนแก่น บ้านเกิดของฝ่ายชาย ต่อด้วยการเหินฟ้าไปจัดงานแต่งท่ามกลางธรรมชาติสุดโรแมนติกที่ประเทศนอร์เวย์ บ้านเกิดของฝั่งคุณพ่อดาราสาว ล่าสุดก็เดินทางมาถึงงานวิวาห์รอบที่ 3 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและเปิดโอกาสให้บรรดาเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงรวมถึงคนที่รักได้มารวมตัวร่วมยินดีกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
ล่าสุดในงาน Thailand Gala Premiere ภาพยนตร์เรื่อง “Disney’s Moana โมอาน่า” ณ Paragon Cineplex สยามพารากอน เจ้าสาวป้ายแดงอย่าง ญาญ่า อุรัสยา ได้เดินทางมาร่วมงานพร้อมอัปเดตความพร้อมของงานแต่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอย่างเป็นกันเองและอารมณ์ดี
โดย ญาญ่า เผยว่า “ทำงานยังไม่ได้พักเลยค่ะ อีกไม่กี่วันจะถึงแล้ว ก็ปิดกล้องละครไปแล้วเมื่อวาน มีเวลาแล้วค่ะ ได้ไปทำสวยแล้ว (เหลืออีกแค่ 10 วัน จะไหวไหม?) ได้ 10 วันดีเลยค่ะ กำลังดีเลยค่ะ เตรียมงานแต่งไปได้ค่อนข้างเรียบร้อย เหลือเลือกอาหารให้พี่ๆ (นักข่าว) อย่างเดียวที่ยังไม่ได้เลือก อยากทานอะไรกันคะ แล้วแต่พี่ญ่าเลย โอเค จัดเต็มค่ะ”
(ธีมงานฉลองที่ไทยจะเป็นประมาณไหน?) “อุ้ย บอกไม่ได้สิ เดี๋ยวสปอยล์ ต้องรอดูค่ะ น่าจะใช้แฮชแท็กอันเดิมนะคะ อันเดิมค่ะ NY เขยนอร์เวย์ สะใภ้ขอนแก่น เตรียมชุดไว้กี่ลุค 4 ชุดค่ะ ถามว่าตื่นเต้นไหม ก็ตื่นเต้นอีกแบบค่ะ งานแรกมันเป็นงานพิธีใช่มั้ยคะ งานที่ 2 มันเป็นแบบคำมั่นสัญญาให้ซึ่งกันและกัน รอบนี้จะตื่นเต้นเพราะว่าแค่คนที่เรารักคนที่เราเคารพทุกคนจะอยู่ในห้องเดียวกันแขกประมาณ 500 คนค่ะ”
เรื่องความหวานและโมเมนต์จูบงานฉลองครั้งนี้จะจูบกันฉ่ำกว่าเดิมไหม
ญาญ่า เผยว่า “ไม่ปฏิเสธค่ะ อยากเห็นจูบกันเยอะๆ เหรอคะ พร้อมค่ะ ตอนนี้เริ่มชินกับเรื่องการทำพิธีต่างๆ รู้สึกว่าค่อนข้างเซียนพอสมควรค่ะ ก็แบบ แบบไม่ได้ตื่นเต้นเรื่องพิธีกรรมแล้วค่ะ บรรยากาศงานจะเป็นเหมือนตอนที่คิมกับพี่หมากแต่งเลยค่ะ รอบนี้เป็นแบบ the party like the party we gonna party อะไรอย่างเงี้ย”
(ชินกับการจูบกันต่อหน้าคนอื่นหรือยัง?) “เอาจริงๆ ตอนที่จุ๊บกันก็รู้สึกว่ามันไม่มีคนอื่นอยู่แล้วค่ะ มันมีแค่เรา 2 คน รู้สึกดีใจที่เราได้ฉลองความรักกัน ก็ไม่ได้แพลนว่าจะจุ๊บกันนะคะ มันเกิดขึ้นออร์แกนิก (หรือว่าบางทีพี่แบร์ชอบนอกบท) ไม่ มันคือความรักที่ระเบิดออกจากตัวค่ะ”


(ได้เห็นบทสัมภาษณ์ของณเดชน์ก่อนหน้านี้ที่ชมว่าญาญ่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลกหรือยัง) “ยังเลยค่ะ พี่แบร์เป็นผู้ชายที่หล่อที่สุดในโลกค่ะ (จริงๆ มีชมกันมั้ย) ญ่าชมค่ะ ชมว่าหล่อมาก แบบไม่เคยเห็นหล่อขนาดนี้มาก่อน (แล้วณเดชน์ชมกลับไหม) ก็บอกว่าสวยค่ะ ถ้าพูดอย่างอื่นไม่ได้เลยนะ ไม่ได้นะ”
(คิดว่าคนควรจะอิจฉาใครมากกว่ากัน ระหว่างญาญ่าที่ได้ณเดชน์เป็นสามี หรือณเดชน์ที่ได้ญาญ่าเป็นภรรยา?) “อิจฉาพี่แบร์สิคะ ที่ได้ญ่าเป็นภรรยา (ทำไมถึงคนต้องอิจฉา) อุ้ย ชมตัวเอง ไม่มีใครจะไม่มีใครรักพี่แบร์เท่าญ่าอีกต่อไปแล้วค่ะ (แต่งงานในละครกับชีวิตจริงแตกต่างกันไหม?) จริงๆ แต่งกับพี่แบร์มาหลายรอบแล้วค่ะ ในละครพี่แบร์เคยเป็นเจ้าสาวด้วยค่ะ หนูเคยเป็นเจ้าบ่าว มันคนละฟีลมากๆ เลยค่ะ แบบไม่เหมือนเลย มันคือ มันคือภาพว่าในอนาคตจะมีคนนี้ จนกระทั่งเราแก่เฒ่า ซึ่งก็อาจจะแบบตอนที่ ตอนที่เล่นละครมันจะ in the moment แต่อันนี้มองเป็นแบบ future เลยค่ะ”


“ถึงเพื่อนๆ ที่จะมาร่วมงานรีเควสต์อย่างเดียวค่ะ ให้เพื่อนๆ มาแล้ว enjoy ไม่มีหน้าที่ ไม่มีใครมีหน้าที่อะไรแล้วค่ะ อยู่กับเรา อยู่กับเราอยู่ให้ถึงค่ะ (ครั้งที่แล้วพี่แบร์เรียกเราว่า my wife เราเรียกเค้าว่าอะไร?) เรียกว่า my husband ยังไม่ค่อยชิน แต่ว่าไม่เบื่อ ไม่ติด ชอบ”
“หลังแต่งงานไปแล้ว พวกเราใช้ชีวิตแบบนั้นปกติอยู่แล้วค่ะ ก็ค่อนข้างปกตินะคะ พวกเราก็ค่อนข้างใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ว่าแค่สถานะที่เปลี่ยนเท่านั้นเอง คนเข้ามาแสดงความยินดีเยอะ รู้สึกดีมากเลยค่ะ คนเดินมาแล้วก็แบบว่างานแต่งสวยมากเลย ทั้ง 2 งาน แบบ special อะไรอย่างนี้ค่ะ”


(รีวิวการมีสามีหน่อยว่าดียังไง ?) “อุ๊ยแต่อันนี้ ไม่ใช่สามีปกติแต่อันนี้คือณเดชน์ (ยิ้ม) (บอกหรืออวด ?) บอกค่ะ ถ้าอวดก็จะบอกว่า พี่แบร์ treat ญ่าเหมือนญ่าเป็น his queen เอาจริงๆ มันหลายๆ คนบอกว่าแต่งแล้วไม่รู้สึกแตกต่าง แต่สำหรับญ่า รู้สึกว่าค่อนข้างแตกต่างพอสมควรค่ะ อาจจะด้วยแบบเหมือนแบบเราอยู่ในวงการที่อะไรมันไม่ค่อยมั่นคงขนาดนั้นอะไร แต่ว่าการที่เราตกลงกันแบบต่อหน้าทุกคนที่เรารัก รู้สึกว่ามันมั่นคงมากๆ ตอนนี้ stable มากๆ แล้วก็อย่างที่บอกค่ะ รู้สึกว่าอนาคตมันชัดเจนมากเลยค่ะ”
(บอกอะไรกับคนที่เขารู้สึกอิจฉาคู่เรา?) “หวังว่าสิ่งที่อิจฉานะคะ คือการที่เราได้ เราได้พบเหมือนแบบเนื้อคู่ของเรา ก็หวังว่าทุกคนจะได้จะได้ลิ้มรสความรู้สึกนี้กันค่ะ พร้อมบีบมือค่ะ”





