พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจร ดาวเทียมในลักษณะจัดชุด (แพ็กเกจ) ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากนี้ สำนักงาน กสทช.จะเริ่มดำเนินการเพื่อจัดประมูล โดยเปิดให้รับเอกสารการคัดเลือก ตั้งแต่วันที่ 4-30 พ.ย. 65 จากนั้น จะจัด ชี้แจงการเตรียมเอกสารในวันที่ 2 ธ.ค. 2565 และจะเปิดให้ยื่นขอรับอนุญาตในวันที่ 27 ธ.ค. 65 หลังจากนั้น จะทำการตรวจคุณสมบัติประมาณ 1 สัปดาห์และจะประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมการคัดเลือก ในวันที่ 4 ม.ค. 66
จากนั้นจะทำการจำลองการประมูลในวันที่ 7 ม.ค.66 และกำหนดวันประมูล เป็นวันที่ 8 ม.ค. 66 และในกรณี ที่มีผู้เข้าร่วมการประมูลเพียงรายเดียว จะมีการขยายระยะเวลาออกไปอีกไม่น้อยกว่า 14 วัน เพื่อดำเนินการต่างๆใหม่ และ คาดว่าจะ จัดประมูลได้ ในวันที่ 29 ม.ค. 66 แทน และคาดว่าจะสามารรับรองผล การประมูลภายใน 7 วัน หลังการประมูล
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวต่อว่า ชุดข่ายงานดาวเทียมที่จะนำมาประมูล มีทั้งสิ้น 5 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 ประกอบด้วย วงโคจร 50.5 อี (องศาตะวันออก) ราคาเริ่มต้นการประมูล 374 ล้านบาทเศษ ชุดที่ 2 ประกอบด้วย วงโคจร 78.5 อี ราคาเริ่มต้นการประมูล 360 ล้านบาท ชุดที่ 3 ประกอบด้วย วงโคจร 119.5 อี และวงโคจร 120 อี ราคาเริ่มต้น 397 ล้านบาทเศษ ชุดที่ 4 วงโคจร 126 อี ราคา 8 ล้านบาท และชุดที่ 5 วงโคจร 142อี ราคาเริ่มต้น 189 ล้านบาท
สำหรับหลักเกณฑ์การประมูลในครั้งนี้ หลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็นสาธารณะไป ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ โดยได้มีการปรับลดราคาขั้นต่ำของการประมูลเพื่อให้เกิดการแข่งขันและมีการปรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมการประมูล เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือรายใหม่ เข้าสู่การแข่งขันได้ง่าย คาดจะทำให้มีผู้สนใจเข้าร่วมประมาณ 2-3 ราย นอกจากนั้นยังได้กำหนดการใช้งาน เพื่อประโยชน์ สาธารณะของหน่วยงานภาครัฐ ให้ใช้ดาวเทียมฟรี 1 ทรานสปอนเดอร์ สำหรับดาวเทียมสื่อสาร แบบ บรอดคาสท์ และ 400 เมกะไบต์ สำหรับดาวเทียมสื่อสารความจุสูงแบบ บรอดแบรนด์ ต่อวงโคจรหรือต่อดาวเทียม 1 ดวง และให้ผู้ชนะการประมูลจะต้องอนุญาตให้หน่วยงานภาครัฐที่ได้รับมอบหมายมีส่วนร่วมในการใช้วงโคจรที่ 119.5 อี อาทิ จัดสร้างศูนย์ควบคุมเกตเวย์ของรัฐเพื่อควบคุมการใช้งานดาวเทียมในส่วนของภาครัฐและการฝึกบุคลากรภาครัฐฯลฯ
นอกจากนั้น เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายของคณะกรรมการอวกาศแห่งชาติ ทาง กสทช. ก็ได้กำหนดให้บริษัท ที่ชนะการประมูลจะต้องอนุญาตให้หน่วยงานภาครัฐที่ได้รับมอบหมายมีส่วนร่วมในการใช้วงโคจรที่ 119.5 อี อาทิ มีส่วนร่วมในการจัดสร้างศูนย์ควบคุมเกตเวย์ของรัฐเพื่อควบคุมการใช้งานดาวเทียมในส่วนของภาครัฐและเป็นการฝึกบุคลากรภาครัฐให้มีความพร้อมในการบริหารจัดการดาวเทียมในส่วนของตนเองโดยในส่วนนี้รัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง เป็นต้น
“สิ่งที่ กสทช. ดำเนินการมาก็เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพราะหากไม่สามารถหาผู้มาใช้สิทธิในการสร้างและส่งดาวเทียมในวงโคจรทั้ง 5 ชุด ได้ ประเทศไทยอาจโดนเพิกถอนสิทธิดังกล่าวจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU ได้ จึงคาดหวังว่าการประมูลครั้งนี้จะบรรลุผลและทำให้กิจการดาวเทียมสื่อสารของประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานมาสู่ระบบการอนุญาตได้และมีการพัฒนาเจริญก้าวหน้าต่อไป” พล.อ.ท. ธนพันธุ์ กล่าว.



