นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวในงานสัมมนา “ไทยแลนด์ สมาร์ทซิตี้ : แบงค็อก โมเดล” ว่า การพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะ 5จี  ถือเป็นส่วนสำคัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อยกระดับการทำงานของภาคส่วนต่างๆ ทั้งสมาร์ทไทยแลนด์ เมืองอัจฉริยะ (สมาร์ท ซิตี้)  ซึ่งทางเอไอเอส ได้ร่วมกับคณะทำงาน พัฒนาเครือข่าย และโซลูชั่นต่างๆ เพื่อนำมาใช้พัฒนาเมืองอัจฉริยะ เช่น ด้านเฮสท์แคร์ และสาธารณสุข  พัฒนา รถสโตรกยูนิค ที่เป็นรถเคลื่อนที่ ที่มีเครื่องซีทีสแกน แก้ปัญหาเรื่อง การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ ที่ต้องได้รับการวินิจฉัย และรับยาโดยเร็ว ซึ่งอุปกรณ์ในรถจะมีการเชื่อมต่อ 5 จี  ช่วยรองรับสัญญาณการแจ้งเหตุได้อย่างรวดเร็ว การเพิ่มคุณภาพของสัญญาณ การส่งภาพซีที สแกนจากกล้องภายในรถ ที่มีความจำเป็นต้องส่งขึ้นระบบคลาวด์อย่างเร็วที่สุด เพื่อให้ทีมแพทย์ได้วินิจฉัย รวมถึงประเมินอาการและปฐมพยาบาลเพื่อรักษาในเบื้องต้นได้ทันเวลา

“การสร้างโครงข่ายสมาร์ทซิตี้นั้น มีวัตถุประสงค์อยู่ 3 ประการ คือ การยกระดับคุณภาพชีวิต การเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของสังคมเมือง และ การสู่สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยเป้าหมายที่จะสร้างให้วัตถุประสงค์ ดังกล่าวนี้ ความสำเร็จสูงสุดคือ การดึงเอาภาครัฐ ภาคประชาชนหรือคนในชุมชน และเอกชนผู้ประกอบการร่วมกันสร้างแพลตฟอร์ม เพื่อคนในชุมชนผ่านการดึงเอาบิ๊กดาต้า มาพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม โดยดึงเอาข้อมูลเหล่านั้นมาแก้ปัญหา เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดกับเมือง”

นายวสิษฐ์ กล่าวต่อว่า การพัฒนา เมืองอัจฉริยะ จะตอบโจทย์ทุกอย่างได้และครบทุกมิติ ต้องเกิดความร่วมมือกันทั้ง 3 เซ็กเตอร์ คือ รัฐบาล คนในชุมชน และ เอกชน เพื่อช่วยสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตร่วมกัน ผลักดันให้เกิดการนำเอาดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐาน ที่ใช้การเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ.