เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายมงคล ทิตสรรพพา อายุ 61 ปี อดีตกำนันตำบลเขาพระ ในฐานะประธานโครงการบ้านพอเพียงชุมชน ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก ว่า ตนพร้อมคณะกรรมการได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก เพื่อดำเนินคดีกับ นางสาวเอ (นามสมมุติ) ผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่ง เมืองนครนายก ในข้อหายักยอกทรัพย์และปลอมแปลงเอกสารทางราชการ
นายมงคล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี 2568 โครงการบ้านพอเพียงได้รับจัดสรรงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) จำนวน 35,000 บาท เพื่อนำมาซ่อมแซมบ้านพักอาศัยของผู้สูงอายุที่ยากไร้ในพื้นที่ โดยมอบหมายให้ นางสาวเอ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างและจัดจ้างช่างทั้งหมด แต่ภายหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ คณะกรรมการได้เข้าตรวจสอบกลับพบสิ่งผิดปกติ เมื่อตรวจสอบบิลค่าวัสดุจากร้านค้าจริง พบว่ามียอดใช้จ่ายเพียง 22,350 บาท เมื่อทวงถามถึงเงินส่วนที่เหลืออีกประมาณ 13,000 บาท กลับถูกผู้ใหญ่บ้านหญิงรายนี้ปฏิเสธเสียงแข็ง โดยอ้างว่าใช้เงินซื้อของไปหมดแล้ว
อดีตกำนันตำบลเขาพระ กล่าวต่อไปว่า กระทั่งต่อมา เจ้าหน้าที่ พอช. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด จึงพบความจริงว่า มีการปลอมแปลงใบเสร็จและตรายางขึ้นมา โดยในเอกสารที่มีการยื่นเบิกซ่อนยอดระบุว่า มีการจ่ายค่าแรง 9,000 บาท มอบเงินสดให้เจ้าของบ้าน 3,000 บาท โดยแบ่งจ่าย 2 งวด และใช้บิลจากร้านสมัยคอนกรีตเป็นเงิน 22,300 บาท รวมถึงบิลที่ผู้ใหญ่บ้านเขียนขึ้นมาเองอีก 1,855 บาท แต่เมื่อไปเช็กกับทางร้านค้า เจ้าของร้านยืนยันว่าไม่ได้ออกใบเสร็จยอดดังกล่าวให้ แต่ถูกผู้ใหญ่บ้านขอร้องให้ประทับตรายางร้านเพื่อรวมยอดให้ครบตามงบประมาณ 35,000 บาท
นายมงคล กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบร่วมกับคณะกรรมการและเลขาธิการประธานสภา พบชัดเจนว่าผู้ใหญ่บ้านหญิง เขียนบิลเงินสดขึ้นมาเอง โดยใบแรกระบุยอดซ่อมแซมบ้าน 13,230 บาท และใบที่สองปลอมแปลงให้ร้านวัสดุปั๊มตรายางให้อีก 1,855 บาท เมื่อหลักฐานมัดตัวแน่นหนาและพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตยักยอกเงินของผู้ยากไร้ ทางคณะกรรมการจึงมติเอกฉันท์ไม่ปล่อยไว้ พากันหอบหลักฐานบิลปลอมทั้งหมดเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครนายก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป.



