เมื่อวันที่ 11 ก.ค.นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความระบุว่า Zombie : เพลงอายุ 32 ปี ที่คุณอาจยังไม่รู้ความหมายที่ซ่อนอยู่!
หลังจากกระแสความปังของน้อง Nene Royal เด็กสาววัย 16 ปีจากภูเก็ต ที่ขึ้นเวที America’s Got Talent แล้วเลือกเพลง “Zombie” ของ The Cranberries มาร้องในรอบ Audition จนได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามทั่วโลก สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่พลังเสียงหรือความเท่ของการแสดง แต่คือการที่เพลงอายุ 32 ปีเพลงนี้ กลับมาถูกปลุกให้มีชีวิตอีกครั้ง เหมือนบาดแผลเก่าของมนุษยชาติที่ยังไม่เคยหายจริงๆครับ
เพลง “Zombie” ถูกปล่อยในปี 1994 โดยวงไอริช The Cranberries และเขียนโดย Dolores O’Riordan หลังเหตุการณ์ระเบิดที่เมือง Warrington ประเทศอังกฤษในปี 1993 ซึ่งทำให้เด็กชายสองคนเสียชีวิต คือ Johnathan Ball อายุ 3 ขวบ และ Tim Parry อายุ 12 ขวบ พร้อมผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก เพลงนี้จึงไม่ใช่เพลงผี ไม่ใช่เพลงสยองขวัญ แต่เป็นเพลงเพื่อประท้วงความรุนแรงที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองและศาสนา
ความหมายโดยรวมของเพลงนี้คือ “เสียงของคนที่ทนไม่ได้แล้วกับความรุนแรงที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น” เพราะความรุนแรงจำนวนมากไม่ได้เริ่มจากคนๆหนึ่งตื่นเช้ามาแล้วอยากทำร้ายใคร แต่เริ่มจากเรื่องเล่าเก่าๆ ความแค้นเก่าๆ และคำสอนเก่าๆ ที่ค่อยๆเข้าไปอยู่ในหัวของคน จนวันหนึ่งเราก็อาจไม่ได้ตัดสินใจด้วยหัวใจของมนุษย์ตรงหน้า แต่ตัดสินใจจากเสียงของประวัติศาสตร์ที่ดังอยู่ในหัวตัวเองครับ
**ทำไมต้องเป็น “Zombie”?**
>คำว่า Zombie ในเพลงนี้น่าสนใจมากครับ เพราะซอมบี้ คือร่างที่ยังเดินได้ ทำร้ายคนอื่นได้ แต่เหมือนความคิด ความรู้สึก และความเป็นมนุษย์บางส่วนตายไปแล้ว Zombie เป็นสัญลักษณ์ของคนที่ถูกความเกลียดชังความแค้น หรืออุดมการณ์ครอบจนกลายเป็นร่างที่เคลื่อนไหวตามโปรแกรมเดิม โดยไม่ถามตัวเองอีกแล้วว่า สิ่งที่ทำอยู่ยังมีมนุษยธรรมอยู่ไหม?
เมื่อสมองคนเราไม่เห็นอีกฝ่ายเป็น “คน” ที่มีชีวิต ความยับยั้งชั่งใจทางศีลธรรมก็อาจลดลง เหมือนในหนังสงครามที่ศัตรูมักถูกถ่ายเป็นเงาดำ เป็นฝูง เป็นร่างไร้หน้า เพราะเมื่อมนุษย์ไม่มีหน้า *เราก็ฆ่าเขาในใจได้ง่ายขึ้นครับ*
Zombie จึงไม่ได้หมายถึง ศพที่ลุกจากหลุม แต่หมายถึง มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ปล่อยให้ความเกลียดเก่ากัดกินหัวใจ จนไม่เหลือพื้นที่ให้ความเมตตา
**แล้วทำไมต้อง “In your head”?**
>ประโยคนี้คือหัวใจของเพลง และมันมีความหมายที่ซับซ้อนถึงสองมิติครับ
.
In your head #1
> ความรุนแรงจำนวนมากไม่ได้เริ่มที่มือที่กดระเบิด แต่เริ่มที่ “ภายในหัว” ที่ถูกปลูกความคิดซ้ำๆว่า เขาคือศัตรู เขาสมควรโดน เขาไม่ใช่พวกเรา หรือถ้าเราทำสิ่งนี้ เรากำลังทำเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
In your head #2
>ในสมองของคนที่เผชิญกับความรุนแรงซ้ำๆ มักไม่ได้เก็บเหตุการณ์ไว้เหมือนไฟล์เก่าในคอมพิวเตอร์ที่ปิดแล้วจบ แต่บางครั้งมันสามารถฉายกลับมาเป็น *ภาพ เสียง กลิ่น ความกลัว หรือความโกรธที่วนอยู่ในหัว* ประโยค “In your head” จึงไม่ได้พูดแค่หัวของผู้ก่อความรุนแรง แต่ยังพูดถึง *ในหัวของผู้รอดชีวิต ครอบครัวผู้สูญเสียและสังคมที่ยังถูกผีของอดีตตามหลอกอยู่ครับ*
ถ้าเปรียบเป็นภาพยนตร์ “Zombie” ไม่ใช่ฉาก jump scare ที่ผีโผล่มาทำให้ตกใจ แต่เป็นหนังสงครามที่กล้องค่อยๆซูมเข้าไปในดวงตาของเด็กคนหนึ่ง แล้วถามคนดูว่า “เราจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้กลายเป็นเรื่องปกติอีกนานแค่ไหน?”
ส่วนดนตรีที่หนักขึ้น เสียงกีตาร์ที่แตกพร่า และเสียงร้องที่เหมือนทั้งตะโกน ทำให้เพลงนี้ไม่ใช่แค่เล่าเหตุการณ์ แต่ทำให้คนฟัง “รู้สึกติดอยู่ในหัว” ของภาพความรุนแรงนั้นไปพร้อมกัน
นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อ Nene นำเพลงนี้กลับมาร้องบนเวทีระดับโลก คนจำนวนมากจึงไม่ได้รู้สึกแค่ว่า “เด็กคนนี้ร้องเพลงเก่าได้ดี” แต่รู้สึกเหมือนเพลงนี้กลับมาถามคนยุคปัจจุบันอีกครั้งว่า หลังจากโลกผ่านสงคราม ข่าวความรุนแรง และเด็กที่เสียชีวิตในความขัดแย้งมามากมาย เราแน่ใจหรือยังว่า Zombie อยู่แค่ในเพลง? หรือจริงๆแล้วมันยังอยู่ในหัวของมนุษย์หลายคน เพียงแต่เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนภาษา และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายไปตามยุคสมัย?
สำหรับหมอ ความอมตะของเพลง Zombie จึงไม่ได้อยู่ที่ท่อนฮุกติดหูเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่มันเป็นเพลงที่ทำหน้าที่เหมือนกระจกที่มีคราบสกปรกบานหนึ่ง ที่ไม่ยอมให้เรามองโลกสวยเกินไป มันบังคับให้เราเห็นว่า ความรุนแรงไม่ได้เกิดจากปีศาจในนิทานเสมอไป แต่บางครั้งก็เกิดจากมนุษย์ธรรมดา ที่ปล่อยให้ความคิดเก่า ความแค้นเก่า และความกลัวเก่าควบคุมตัวเองนานเกินไป จนวันหนึ่งเขากลายเป็น Zombie โดยไม่รู้ตัวครับ
.
ขอบคุณเพจ นพ.เจษฎา ทองเถาว์



