สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐออกแถลงการณ์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงมีสิทธิคุ้มกันตามกฎหมายของซาอุดีอาระเบียทุกประการ ในฐานะทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมาร และทรงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลริยาด


ทั้งนี้ สถานะดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดีความใดทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้หมายความว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดจะทรงได้รับการยกเว้นจากการต้องทรงเผชิญกับกระบวนการยุติธรรมทุกระดับ ภายในขอบเขตอธิปไตยของสหรัฐ


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลวอชิงตัน เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ในคดีที่ น.ส.ฮาทิซ เชนกิซ คู่หมั้นของ นายจามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวและนักวิจารณ์รัฐบาลริยาด ร่วมด้วยองค์กรกลุ่มประชาธิปไตยสำหรับโลกอาหรับปัจจุบัน ( ดอว์น ) ฟ้องร้องมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เมื่อปี 2563 ว่า ทรงเป็นผู้บงการสังหารคาช็อกกี


ขณะที่ เชนกิซ เผยแพร่แถลงการณ์ประณาม และแสดงความผิดหวังต่อท่าทีของสหรัฐ ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกับที่ทีมงานฝ่ายกฎหมายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ยื่นต่อศาลเมื่อต้นเดือนที่แล้วด้วย


อนึ่ง คดีนี้เรียกได้ว่า “เป็นมากกว่า” คดีความเรื่องการเสียชีวิตของคาช็อกกี ซึ่งถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหด ภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย ประจำเมืองอิสตันบูลของตุรกี เมื่อเดือน ต.ค. 2561 เนื่องจากส่งผลกระทบอย่างหนัก ต่อภาพลักษณ์ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ซึ่งทรงยืนกรานปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้อง และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับซาอุดีอาระเบียด้วย.

เครดิตภาพ : REUTERS