“ชุมชนเมือง” วันนี้ขอพาผู้อ่านไปเที่ยวชมโฉมใหม่ของ “Bangkok City Library” กันซักหน่อย หลังปิดประเทศ ปิดเมืองกันมาพักใหญ่เพราะโควิด-19 กลับมาเปิดเมืองอีกทีรอบนี้มีหลายสถานที่ถูกปรับเปลี่ยนให้น่าใช้บริการมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้กรุงเทพมหานคร ที่เปิดพื้นที่ต้นแบบแห่งการเรียนรู้ CO-Working Space ตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. เรื่องส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
งานนี้ลงมือปรับภาพลักษณ์ห้องสมุด 12 แห่งนำร่อง ประกอบด้วย ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้คลองสามวา, ซอยพระนาง, ดุสิต, ทุ่งครุ, บางกะปิ, บ้านจิรายุ-พูนทรัพย์, วัดราชโอรสาราม, วัดลาดปลาเค้า, สวนลุมพินี, สิ่งแวดล้อมศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ, หนองจอก และหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ได้ทุกวัย ตั้งแต่ค้นคว้าความรู้ไปจนถึงการใช้เป็นสถานที่พักผ่อน พบปะ โดยเฉพาะปัจจุบันยุคสมัยเปลี่ยนไป ห้องสมุดจึงมีพื้นที่ Co-working Space ขึ้นมาตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนเมือง รองรับผู้ใช้บริการที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือ หรือทำงานนอกบ้าน นอกออฟฟิศ

สำหรับ “หอสมุดเมืองฯ” ตั้งอยู่บริเวณถนนราชดำเนินกลาง ตรงหัวมุมสี่แยกคอกวัว มองเห็นชัดเจนด้วยตัว “อาคารสีเหลืองไข่” สวยงาม ดูเหมือนอาคารเก่าแต่มีความทันสมัยในตัวเอง เพียงก้าวแรกที่เข้าไปก็จะสัมผัสได้ทันทีว่า “ที่แห่งนี้” ไม่เหมือนห้องสมุดธรรมดา แบบเดิม แต่มีความทันสมัย เพราะนำเทคโนโลยีการเรียนรู้สมัยใหม่มาใช้แบบครบวงจร บรรยากาศภายในห้องสมุดตกแต่งอย่างทันสมัย มีชีวิตชีวา ดึงดูดใจให้เข้าไปใช้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงยื่นบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้เลย จึงเหมาะกับทั้งคนไทยและต่างชาติ
หอสมุดเมืองฯ แห่งนี้ มีพื้นที่แสดงนิทรรศการหมุนเวียนทุกชั้น ส่วนพื้นที่ให้บริการแบ่งออกเป็น 4 ชั้น มี “จุดเด่น” ที่แตกต่างกันตามรูปแบบของการใช้งาน ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 เป็นพื้นที่อ่านหนังสือและนิตยสาร หนังสือที่อยู่ในโซนนี้จะเน้นเป็นหนังสือท่องเที่ยว อาหาร สุขภาพ ซึ่งมีนิตยสารใหม่อัพเดทเสมอ มีโซนหนังสือเสียง หนังสือเบรลล์ เพื่อผู้พิการทางสายตา มีคอมพิวเตอร์สำหรับใช้บริการอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์สำหรับสืบค้นรายการหนังสือภายในหอสมุดเมืองฯ และห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ฯทั้ง 36 แห่ง เครื่องยืม-คืน อัตโนมัติ และยังมีห้องฉายวิดีโอขนาดเล็กให้บริการด้วย

ชั้น M เป็นพื้นที่สำหรับเด็ก หนังสือในโซนนี้ เน้นหนังสือวรรณกรรมเยาวชนทั้งภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมของเด็กและมีกิจกรรมสำหรับเด็กทุกวันเสาร์ เวลา 14.00-15.00 น. โซนนี้เหมาะกับการพาน้องๆ หนูๆ ไปทำกิจกรรม และนั่งอ่านหนังสือมาก ยกตัวอย่าง กิจกรรมวันเสาร์ที่ 19 พ.ย.นี้ กับ D.I.Y Animal Cap และวันเสาร์ที่ 26 พ.ย. กิจกรรม D.I.Y Jellyfish Mobile
เดินขึ้นไปชั้น 2 หนังสือที่อยู่ในชั้นนี้จะมีความหลากหลายแนว แบ่งตามลักษณะของหนังสือเป็นโซนต่างๆ มีทั้งหนังสือภาษาไทย หนังสือภาษาอังกฤษ และหนังสือวรรณกรรมโลก รวมถึงนวนิยายและเรื่องสั้น นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Co-Working Space สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ห้องแบบเป็นหมู่คณะด้วย
ส่วนชั้น 3 พื้นที่นี้เป็นส่วนที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 และยังมีโซนหนังสือเกี่ยวกับพระราชนิพนธ์ หนังสือเกี่ยวกับพระบรมราชวงศ์จักรี หนังสือเฉลิมพระเกียรติ หนังสือโครงการในพระราชดำริ หนังสือหายาก หนังสือเกี่ยวกับ กทม. หนังสือของ กทม. และหนังสืออ้างอิง

หอสมุดเมืองฯ เปิดให้บริการในวันอังคาร-วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. และวันอาทิตย์เวลา 09.00-20.00 น. ปิดบริการในวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ การเข้าใช้บริการไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถจอดรถได้ที่อาคารจอดรถของ กทม. ตรงบางลำภู เสียค่าบริการเป็นรายชั่วโมง หรือจะนั่งรถไฟใต้ดินมาลงสถานีสามยอดแล้วต่อรถมาอีกนิดก็ถึงหอสมุดเมืองฯ พิกัดใกล้ถนนข้าวสาร
ส่วนการสมัครสมาชิกนั้นก็จะมีค่าสมาชิกรายปี ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร อัพเดทกิจกรรม และหนังสือเข้าใหม่ ได้ที่ Facebook Fanpage : หอสมุดเมืองฯhttps://www.facebook.com/bangkokcitylibrary.
ทีมข่าวชุมชนเมือง รายงาน



