เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.งบฯ ปี 70 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 20 งบประมาณกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 2.88 แสนล้านบาท ทั้งนี้ส่วนใหญ่ กมธ.มีการซักถามไปที่ประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามอง คือการตรวจสอบการทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 รวมถึงประเด็นอื่นๆ เช่น โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ แผนงานโครงการในงบฯ จังหวัดกลุ่มจังหวัด เป็นต้น
โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า ในเรื่องการทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่เป็นข่าวใหญ่ ที่จะมีการเพิกถอนผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้วจำนวน 5,924 ราย แต่หลายคนกลัวการกระจายอำนาจออกไป กลัวท้องถิ่นจะโกงกิน แต่การรวบอำนาจไว้ก็ใช่ว่าจะไร้โกง เวลาโกงทีหนึ่งทำกันเป็นระบบ ผลกระทบใหญ่เอาผิดยาก เพราะใหญ่ๆ กันทั้งนั้น หากท้องถิ่นโกงแบบเดียวกับส่วนกลาง ปัญหาจะเล็กกว่ามาก จะจัดการล้างไพ่ได้ง่ายกว่านี้ แต่ตนอยากให้คิดแบบกระจายอำนาจมากกว่านี้ วันนี้รวบอำนาจไว้มันไม่เห็นอนาคต เพราะโกงทีโกงใหญ่ หลายๆ เรื่องเป็นปัญหาเชิงระบบ ที่ส่วนกลางคิดจะรวบอำนาจไว้ แล้วทำให้ประเทศเป็นแบบนี้
“ต้องฝากไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน ท่านต้องกล้าตัดสินใจ อย่าไปกลัวพี่หนูจะไม่รัก หรือพี่เนจะโกรธ ท่านต้องยืนตัวตรง แล้วทำหน้าที่ด้วยหลักการ มิเช่นนั้นท่านเองจะซวยที่สุด” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า กระทรวงมหาดไทยเวลานี้มีข่าวคราวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการโยกย้ายข้าราชการ โกงสอบท้องถิ่น กรณีช่วยน้ำเงินด้วย ที่ไม่รู้ว่าขณะนี้เจ้าของไลน์ไม่รู้ว่าอุปกรณ์ที่ถูกสวมรอยพิมพ์ข้อความเข้าไปหรือไม่ ทั้งนี้ช่วงหนึ่ง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวแซวนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่า ทำไมขยับเก้าอี้ออกจากอธิบดีกรมการปกครองกว้างขนาดนั้น เดี๋ยวมันจะเป็นการเว้นช่องว่างกันมากเกินไป พร้อมหัวเราะ ก่อนกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการโกงสอบท้องถิ่น 5,000 กว่ารายชื่อ จะมีการยกเลิกหรือไม่ ตนตามจนงง ทั้งยกเลิกการประกาศบ้าง ยกเลิกการแถลงข่าวบ้าง สุดท้ายจะเป็นอย่างไร เช่นเดียวกับเรื่องพ่อทิพย์ ประชาชนให้ความสนใจ เพราะมีการทำสูติบัตรปลอมขึ้นมาโดยใช้ชื่อพ่อคนไทยที่ไม่ใช่พ่อจริง รวมถึงกรณีหนังสือเวียนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ที่ยกเลิกการรับคำขอโครงการเงินกู้ส่วน 2 แสนล้านบาทในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เรียกได้ว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นตำบลกระสุนตก จึงอยากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องชี้แจงด้วย
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ขณะที่โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ ที่มีความล่าช้า โดยผู้รับเหมาอ้างเรื่องโควิดเพื่อจะไม่ต้องจ่ายค่าปรับเลยแม้แต่บาทเดียว อัตราเป็น ร้อยละ 0 และขยายไปอีก 1 ปี ขณะนี้ก่อสร้างไปได้แค่ 33 เปอร์เซ็นต์ ไม่แน่ใจว่าอีก 1 ปีข้างหน้าจะเสร็จได้อย่างไร นอกจากนี้ผู้รับเหมายังพบมีประวัติไม่จ่ายเงินให้แรงงานก่อสร้างที่ไปรับงานในโครงการอื่นๆ มันจะเชื่อมโยงมายังโครงการนี้หรือไม่ ส่วนผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ได้ยินมาว่าเริ่มมีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน มันอาจเป็นระเบิดเวลา จึงไม่แน่ใจว่าโครงการฯ ดังกล่าวทั้งระยะที่ 1 และ 2 จะเสร็จได้อย่างไร
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ตนขอตั้งคำถามต่อเงินนอกงบประมาณหลายสิบล้านบาท ที่มาจากการเก็บค่าอบรม ลงทะเบียนนักปกครองระดับสูง โดยปี 2569 พบว่ามีผู้ลงทะเบียนคนนอก ที่ต้องจ่ายค่าหลักสูตร 1.7 แสนบาทต่อคน และมีเงินนอกงบประมาณ 15 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีหลักสูตรต้นกล้าข้าราชการ มีค่าลงทะเบียน 1.2 หมื่นบาทต่อคน และในปี 70 พบว่าขึ้นราคาเป็น 2.3 แสนบาทต่อคน ทำให้มีเงินนอกงบประมาณที่มาจากการอบรมหลักสูตรหลายสิบล้านแต่พบว่าไม่เพียงพอ ต้องมาของบประมาณสนับสนุนอีก และงบประมาณในส่วนของการแก้ยาเสพติดที่พบว่าขอเงิน 300 ล้านบาท แต่ทำโครงการบำบัดผู้ติดยาเพียง 9 วัน ทั้งที่การบำบัดที่ได้ผลต้องใช้เวลาเป็นปี

ขณะที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า เรื่องนี้มีปัญหามาตั้งแต่ 2564 เป็นเรื่องน่าดีใจว่าถ้ามันไม่เกิดตอนนี้ มันจะมีไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ไปถึงไหน ทั้งนี้กรณีการทุจริตครั้งนี้ที่เกิดขึ้น เริ่มจากการจับกุมที่ จ.นนทบุรี จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินการไปตามขั้นตอนของมัน บางคนบอกว่ากระทรวงมหาดไทยมีปัญหา ต้องเรียนว่าไม่ใช่ ปัญหาเกิดจากกรมๆ หนึ่งเข้าไปเป็นฝ่ายเลขาฯ ในคณะกรรมการชุดหนึ่ง จากเดิมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เคยจัดสอบเองแล้วก็มีปัญหาใหญ่โตในอดีตเช่นกัน จากนั้นพอเปลี่ยนมาให้หน่วยงานกลางจัดการสอบ ก็ยิ่งไปกันใหญ่อีก แต่โชคดีที่เกิดวันนี้ เราก็ต้องคลี่คลายปัญหาให้ได้ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย พอเกิดเรื่องเราก็ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน แล้วสรุปข้อเท็จจริงได้ ในส่วนของ สถ.ก็ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 5 คนที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องดูว่าใครเกี่ยวข้องร้ายแรงหรือไม่
ทั้งนี้นายอรรษิษฐ์ ได้ชี้แจงกระบวนการตรวจสอบการทุจริตการสอบท้องถิ่นโดยไล่ไทม์ไลน์เป็นไปตามที่มีการเสนอข่าวมาก่อนหน้านี้ ต่อ กมธ.งบฯ ปี 70 จนล่าสุดได้มีการประสานข้อมูลกับตำรวจสอบสวนกลาง และตรวจสอบผู้มีสิทธิสอบทั้งหมด 270,000 กว่าคน จนพบ 5,924 คนมีคะแนนผิดปกติ จากเดิมที่มีการตรวจสอบในคราวแรกพบ 5,814 คนที่มีคะแนนผิดปกติ จากที่เรียกบรรจุทั้งหมด 15,520 คน เท่ากับว่าตรวจสอบพบเพิ่มมาอีก 100 กว่าคนที่มีคะแนนผิดปกติที่ยังไม่ได้รับการบรรจุ แต่ส่วนใหญ่บรรจุไปหมดแล้ว นอกจากนี้ ทาง สถ. กำลังดำเนินการยกเลิกประกาศรับรองผลการสอบฉบับเดิม แล้วประกาศรับรองผลใหม่ ภายหลังจากที่มีการนับคะแนนแล้วจัดลำดับใหม่เสร็จสิ้น ขณะนี้กำลังประสานงานกับหน่วยงานกลางเพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนกรณีที่นายสุรเชษฐ์ บอกว่าตนหวั่นเกรงอะไร กลัวใครไม่รักหรือไม่ ตนต้องบอกว่าไม่มี เราต้องทำหน้าที่ตรงไปตรงมา ตรงนี้เป็นปัญหาของส่วนราชการหนึ่งในกระทรวงมหาดไทย เราก็มีหน้าที่เข้าไปแก้ปัญหาตรงจุดๆ นั้น
นายอรรษิษฐ์ กล่าวด้วยว่า กรณีที่มีคนบอกว่าตนไม่เกี่ยวข้องด้วยหรือ ตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ที่มีปลัดกระทรวงอื่น อธิบดีหน่วยงานอื่น เป็นกรรมการด้วย และตนไม่เคยอยู่ในกระบวนการนี้เลย ที่ผ่านมาตนมอบรองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ดูแล สถ.เข้าประชุม ก.กลาง แต่วันนี้พอมีปัญหา ตนต้องเข้าไปรับผิดชอบเอง ยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว แต่มันยังไม่จบ เพราะมีการสอบสวนจับกุมขยายผลจากฝั่งตำรวจ รวมถึงของ ป.ป.ช.ที่ร่วมตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ ในอนาคตระยะยาวต้องมาดูระบบการสอบใหม่ แบบเดิมมันไม่ใช่แล้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่าพอสอบเสร็จแล้วประกาศผลสอบเลย หรือใช้เครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย เพื่อความบริสุทธิ์ของทุกคน ไม่ต้องมีการทิ้งช่วงเวลาให้ประกาศ.



