สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่า ชาวมาเลเซียผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งราว 21.1 ล้านคน ในจำนวนนี้รวมถึง 5 ล้านคน ซึ่งเพิ่งมีสิทธิออกเสียงเป็นครั้งแรก ทยอยออกไปลงคะแนนเลือกตั้งตามคูหาทั่วประเทศ เพื่อใช้สิทธิในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 15 เฟ้นหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ทั้ง 222 ที่นั่ง


สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการลงคะแนนที่เกิดขึ้นก่อนกำหนดการ คือในเดือน ก.ย. 2566 เนื่องจากนายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ ประกาศเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา ให้มีการยุบสภา ขณะที่ผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์ว่า จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้รับการเลือกตั้งในแบบสามารถครองเสียงข้างมากเพียงพรรคเดียว จากการเลือกตั้งครั้งนี้ หมายความว่า บรรดาพรรคการเมือง ควรจับขั้วกันรวมตัวเป็นพันธมิตร เพื่อจะให้มีเสียงเพียงพอจัดตั้งรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีอิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ


สำหรับปัจจัยที่น่าจะมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจลงคะแนนของประชาชน แน่นอนว่าต้องมีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และธนาคารกลางของมาเลเซีย ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 แล้ว นับตั้งแต่ต้นปีนี้

นายอันวาร์ อิบราฮิม


ทั้งนี้ การเมืองของมาเลเซียมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นับตั้งแต่พรรคอัมโนซึ่งผูกขาดการเป็นรัฐบาล นับตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2500 พ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2561 และภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี มาเลเซียมีนายกรัฐมนตรีอย่างน้อย 3 คน เริ่มจาก ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด ตามด้วยนายมูห์ยิดดิน ยาสซิน และจนถึงอิสมาอิล ซาบรี ผู้นำคนปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้อยู่ในสถานะรักษาการ


ด้านผลสำรวจความคิดเห็นจากสำนักโพลของมาเลเซีย ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง ปรากฏว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านคนปัจจุบัน ได้รับความนิยมมากที่สุด 33% ตามด้วยมูห์ยิดดิน 26% และอิสมาอิล ซาบรี 17%.

เครดิตภาพ : REUTERS