ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเบื้องหลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 2 ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่ 3 รัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ, นายเอกนิติ นิติทันฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ไม่มีรัฐมนตรีช่วย และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ไม่ได้ควบตำแหน่งรองนายกฯ เพราะเหตุใด นายกฯ ยิ้มก่อนตอบว่า “ทำงานแบบนี้ ก็มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด การเมืองไม่เคยแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็น 3 แม่ครัว หรือ 3 พ่อครัว ซึ่งคำนี้เป็นสิ่งที่สื่อมวลชนบัญญัติขึ้น เราทำงานกันในนาม ครม. และรัฐมนตรี แต่ละท่านมีอิสระสำหรับการทำงาน

ผมคัดเลือก ครม. ที่มีคุณสมบัติ มีความรู้ ความสามารถมาทำหน้าที่ ในฐานะนายกฯ ก็มอบนโยบายและให้การสนับสนุนภารกิจที่รัฐมนตรีต้องการทำ หากเป็นประโยชน์กับส่วนรวม บ้านเมืองกับประชาชน ผมก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ต้องการให้เจ้ากระทรวงทำงานอย่างเป็นวันสต็อป (รวมทุกอย่างไว้จุดเดียว)

เมื่อถามว่า จะมีดัชนีชี้วัดผลงาน (KPI) รัฐมนตรีรายบุคคลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เมื่อพรรคใหญ่ขึ้น ทุกคนก็ต้องแข่งกัน ต้องประเมินการทำงาน เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ที่ทดลองงาน คณะรัฐมนตรีไม่ทำงานตอบแทนของใคร เราตอบแทนบุญคุณของประชาชนเท่านั้น การตัดสินใจวางคนในตำแหน่งต่าง ๆ ทุกคนต้องพิสูจน์การทำงานของตนเอง หากทำงานไม่เข้าเป้า ทำไม่ได้ ทำไม่สำเร็จ ตนก็จะคงสิทธิไว้พิจารณาปรับปรุง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เมื่อถามย้ำว่า มีเงื่อนไขเวลาในการปรับ ครม. หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ต้องถามคนที่รู้จักผมดี” และว่า การตั้ง ครม. 35 คน (เหลือไว้ 1 ตำแหน่ง) เพราะถือเคล็ด คืออย่าให้ล้น จะมีความหมายอะไรก็ขอเก็บไว้ที่ตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ไปรับประทานอาหารอีสานร่วมกันกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เขาให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา ไปกินลาบ ไม่ได้มีคำแนะนำอะไร

นายอนุทิน กล่าวว่า ในวันที่ 2 เม.ย. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะมาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพูดคุยหารือถึงการทำงานที่นายยศชนัน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี จะต้องมากำกับดูแลกระทรวงในโควตาของพรรคเพื่อไทย “ซึ่งเขาก็ต้องกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย”